สื่อเวียดนาม "เผย" ความลับ "ทัพช้างศึก" รุ่นเล็ก ถึงพัฒนาไปไกลกว่า "เวียดนาม" หลายช่วงตัว

Publish 2016-12-28 01:18:39


การแข่งขัน ฟุตบอลทันห์ เนียน นิวส์ เปเปอร์ คัพ 2016 ได้จบลงไปเรียบร้อยแล้ว แต่การพ่ายแพ้ของทีมชาติ U23 และทีม HAGL U23 ยังคงเป็นสิ่งที่ค้างคาใจแฟนบอลเวียดนามหลายๆคน

และเมื่อย้อนกลับไป หลังจบการแข่งขันฟุตบอลทันห์ เนียน นิวส์ เปเปอร์ คัพ รอบแบ่งกลุ่ม ในนัดที่ U23 พบกับ ทีม HAGL U23 และผลการแข่งขันจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของทีม HAGL U23 ที่แพ้ไป 0-1 ประตู ได้เกิดคำถามมากมาย ในกลุ่มแฟนบอล

รวมไปถึงหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติเวียดนามชุดใหญ่คนปัจจุบัน อย่าง โค้ช เหงียน ฮู ถัง ก็ได้มีโอกาสได้เข้าชมเกมการแข่งขัน และไม่พลาดที่จะเก็บรายละเอียดของทีมชาติไทย U23 อย่างละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการเตรียมทีมสู้ศึกซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย และผลงานของทีมชาติไทย U23 ก็ทำผลงานได้อย่างน่าทึ่งจนโค้ช ฮู ถัง ถึงกับออกปากว่าทีมชาติชุดนี้คือ “ตัวละครลับของทีมชาติไทย”

“นอกเหนือจากรูปแบบเกมที่ดีจนส่งผลต่อเกมการแข่งขันโดยรวมแล้ว ทีมชาติไทย U23 มีทักษะการเล่นที่ดีอย่างน่าประหลาดใจ เพราะจากการพูดคุยกันที่โรงแรม ผมทราบว่าทีมชาติไทยชุดนี้ มีนักเตะบางคนเคยไปฝึกซ้อมกับ ศูนย์ฝึก เยาวชนของ สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ 3-4 ปี และบางคนก็เคยร่วมฝึกซ้อมกับ แอตเลติโก มาดริด และเคยร่วมฝึกกับ แอสไปร์ อะคาเดมี

 



ผู้เล่นอย่าง หมายเลข 9 ที่ถล่มประตูซ้ำแล้ว ซ้ำอีกในไทยลีก ตอนนี้อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในระดับอาเซียน เหมือนๆกับผู้เล่นเวียดนามในรุ่นเดียวกันนี้ แต่พวกเราทั้งหมด กำลังฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเตรียมสำหรับการเข้าชิงตั๋วฟุตบอลโลก 2022″ Phan Thanh Hậu นักเตะกองกลางของเวียดนามและ ฮอง อัน ยา ลาย กล่าว

ถ้าพูดถึงฟุตบอลไทย คนในอาเซียนจะรู้จัก “เมสซี่ไทย” อย่าง “” หรือไม่ก็ กัปตันทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี อย่าง “” ที่เคยได้รับเชิญให้ไปฝึกซ้อมร่วมกับทีม “เอฟซี โตเกียว” แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่า มีนักเตะไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี กี่คน ที่กำลังฝึกซ้อมร่วมกับทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกปีล่าสุดอย่าง สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งนักเตะเหล่านี้จะเป็นเยาวชนชุดความหวังของไทย

 

จากรายงานของเรา พบว่า เจ้าสัว วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของ สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ มีแผนการที่จะพัฒนานักเตะรุ่นเยาว์ที่มีอายุอยู่ระหว่าง 11-13 ปี โดยใช้วิธีการคัดตัวนักเตะเยาวชนจากทั่วประเทศ แล้วส่งไปฝึกซ้อมที่สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ โดยเจ้าสัว เป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อม ที่พัก อาหาร และความเป็นอยู่ต่างๆ

ไทยส่งเยาวชนไปฝึกที่ เลสเตอร์ ซิตี้ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ 4 ปี ที่ผ่านมา มีนักเตะไทยราว 30 คน ที่ไปฝึกซ้อมที่ เลสเตอร์ ซิตี้ โดยเด็กๆที่ส่งไป มักจะถูกเรียกว่า จิ้งจอกสยามกันซะส่วนใหญ่ และผลงานของเยาวนชน ก็เป็นที่น่าพอใจไม่น้อย โดยการแข่งขันที่น่าจดจำที่สุดของเยาวชนไทยคือ จิ้งจอกสยาม U17 เอาชนะ ทีมเบอร์มิงแฮม ซิตี้ ในปี 2014 ถึง 10 ประตูต่อ 0



นักเตะที่ได้เข้าร่วมโครงการจิ้งจอกสยาม จะไม่ใช่นักเตะที่ลงแข่ง ซีเกมส์ หรือ แต่เส้นทางของพวกเค้า คือการได้เล่นกับทีมในยุโรป บวกกับชื่อเสียงของทีมชาติไทยในขณะนี้ ทำให้ทีมชาติไทยกลับมาเป็นที่สนใจทั้งคนในยุโรปและคนทั่วโลกอีกครั้ง โค้ช ผู้พาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ เคยได้เข้าเยี่ยมชม สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ โดยโค้ชซิโก้กล่าวว่า “เป้าหมายของทีมชาติไทย ในการเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ในปี 2022 หรือปี 2026 จะเป็นช่วงวัยของนักเตะจากสโมสรเลสเตอร์เหล่านี้”

ซึ่งจากนี้เราจะเห็นได้ว่าฟุตบอลไทย มีกระบวนการสร้างนักเตะและส่งนักเตะไปฝึกซ้อมทั่วโลก เพราะเป้าหมายคือ ฟุตบอลโลก 2022 และ 2026 ในขณะที่เวีดยนามยังทำได้แค่เพียง หวังเข้ารอบ ซีเกมส์ หรือ AFF Suzuki Cup เท่านั้น

 

เรียบเรียงโดย Sathaporn Sportringside.com
ข้อมูลโดย
teamthailand.in.th


เรียบเรียงโดย : สถาพร เกื้อสกุล