หนักไม่แพ้ไทย!! "เวียดนาม" โดนปรับเละ กรณี แฟนบอล ใช้ก้อนหินปารถบัส "ทีมชาติอินโดนีเซีย" พร้อมคาดโทษ ทำอีกโดนหนักแน่




คณะกรรมการวินัยของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ตัดสินใจลงโทษ สหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม เป็นจำนวนเงิน 35,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1.4 ล้านบาท จากกรณีที่แฟนบอลของพวกเขาขว้างก้อนหินใส่รถบัสของทีมชาติอินโดนีเซีย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกมรอบรองชนะเลิศ ที่อินโดนีเซีย บุกไปยันเสมอเวียดนาม 2-2 และผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 4-3 ทำให้แฟนบอลเจ้าถิ่นไม่พอใจในช่วงหลังจบเกม และได้ขว้างก้อนหินใส่รถบัสนักเตะทีมเยือน จนทำให้กระจกแตกและมีสต๊าฟฟ์โค้ชได้รับบาดเจ็บสองราย

เล อันห์ ฮอย เลขาธิการ สหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม กล่าวกับ Vietnamnet  "เอเอฟซี ได้สั่งปรับเงินสหพันธ์ฟุตบอลเวียดนาม เป็นจำนวน 38,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และได้คาดโทษไว้ เนื่องจากนี่เป็นการทำผิดครั้งแรกของพวกเรา"

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวทางสหพันธ์ฟุตบอลเวียดนามได้ออกแถลงการณ์ขอโทษทางอินโดนีเซียตั้งแต่ช่วงที่เหตุการณ์เกิดขึ้น

 

ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก็โดนสั่งปรับเงินจำนวน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1 ล้านบาท เช่นกัน จากเหตุการณ์ที่แฟนบอลจุดพลุแฟร์ในสนามในเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน นัดที่สองที่สนามราชมังคลากีฬาสถานเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา



คณะกรรมการวินัยสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ทำหนังสือถึงสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย แจ้งบทลงโทษจากกรณีแฟนบอลจำนวนหนึ่งมีการจุดพลุแฟลร์ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในเกมฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ที่พบทีมชาติอินโดนีเซีย ในวันที่ 11 ธันวาคม 2559 โดยมีรายละเอียดการลงโทษดังต่อไปนี้

 

1. สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ถูกสั่งให้จ่ายค่าปรับ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (1,053,000 บาท ) สำหรับการละเมิดบทที่ 68.1 ประกอบกับบทที่ 67.1 ของระเบียบข้อบังคับทางวินัยเอเอฟซี

     2. ค่าปรับดังกล่าวจะต้องชำระภายใน 30 วัน นับจากวันที่การตัดสินนี้สื่อสารถึงผู้ที่เกี่ยวข้องของบทที่ 15.3 ของระเบียบ

     3. สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศ ได้รับการแจ้งเตือนว่า หากมีการละเมิดข้อบังคับดังกล่าวซ้ำ จะได้รับบทลงโทษที่รุนแรงกว่าเดิม

 

นอกจากนี้ด้าน พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ เปิดเผยเพิ่มเติมถึงกรณีลงโทษดังกล่าวว่าถือเป็นบทลงโทษขั้นต้นสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งอาจมีบทลงโทษที่หนักขึ้นตามมาในภายหลังหากเกิดปัญหาซ้ำซ้อน

    

     "ที่ผ่านมา ทางสมาคมฯ ทำงานอย่างหนักเพื่อชี้แจงเรื่องดังกล่าวให้คณะกรรมการวินัยของเอเอฟซีเข้าใจว่าเราจริงจังกับการแก้ปัญหานี้ ไม่ว่าจะเป็นการรวบรวมข้อมูลจากทั้งตำรวจและฝ่ายจัดการแข่งขัน รวมถึงทำแผนการรับมือปัญหาดังกล่าวให้ทางเอเอฟซีพิจารณาเพิ่มเติมด้วย" โฆษกสมาคมฯ กล่าว

    

     "เพื่อไม่ให้ปัญหาในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต สมาคมฯ ต้องขอความร่วมมือจากแฟนบอลทุกท่านให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของฝ่ายจัดการแข่งขัน รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ผิดข้อบังคับทั้งหมด เพื่อไม่ให้มีบทลงโทษที่รุนแรงกว่าเดิมจากทางเอเอฟซีในภายหลัง"

 

 



เรียบเรียงโดย Sathaporn Sportringside.com