ถอดรหัสความคิดพญามังกร! ทุ่มเม็ดเงินมหาศาลกว้าน ซื้อแข้งเวิลด์คลาสเข้าลีก หวังครองมหาอำนาจลูกหนังโลก




     ณ ตอนนี้ ประเทศจีนตกเป็นเป้าหมายในการจับตามองในด้านการพัฒนาฟุตบอลในประเทศของเขา จากหลายๆชาติทั่วโลก ก็จะไม่เห็นตกเป็นเป้าได้อย่างไร ในเมื่อลีกฟุตบอลสูงสุดของจีน สามารถกว้านซื้อ แข้งระดับโลกไปโชว์ฝีเท้าถึงแดนมังกรได้

     ซึ่งการที่เอาเหล่าสตาร์ดังพวกนี้เข้ามาได้นั้น คงไม่ต้องบอกนะเพราะเหตุผลอะไรถ้าไม่ใช่เม็ดเงินค่าจ้างจำนวนมหาศาลที่พังทลายสถิติแข้งดังลีกยุโรปกันไปอย่างก็ต่อหน้าต่อตา และนี่คือ 8 อันดับนักเตะค่าจ้างแพงสุดในโลก ณ ปัจจุบัน

 

 

 

1. คาร์ลอส เตเวซ (เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว )  6.15 แสนปอนด์ต่อวีก

2. ออสการ์ (เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี)  แสนปอนด์ต่อวีก

3. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เรอัล มาดริด) และ ลิโอเนล เมสซี่ (บาร์เซโลน่า) 3.65 แสนปอนด์ต่อวีก

4. แกเร็ธ เบล (เรอัล มาดริด) 3.46 แสนปอนด์ต่อวีก

5. ฮัลค์ (เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี) 3.17 แสนปอนด์ต่อวีก

6. ปอล ป็อกบา (แมนฯ ยูไนเต็ด) 2.90 แสนปอนด์ต่อวีก

7. เนย์มาร์ (บาร์เซโลน่า) 2.89 แสนปอนด์ต่อวีก

8. กราเซียโน่ เปลเล่ (ชานตง ลู่เหนิง) และ เวย์น รูนี่ย์ (แมนฯ ยูไนเต็ด) 2.60 แสนปอนด์ต่อวีก

 



     จึงปฎิเสธไม่ได้ว่าโลกลูกหนังในปัจจุบันดำเนินไปได้ด้วยเงินเป็นกำลังหลักสู่ความสำเร็จ และแน่นอนว่า ไชนีส ซูเปอร์ลีกของประเทศจีนนั้นก็ขึ้นชื่อเหลือเกินสำหรับการทุ่มทุนสร้างเพื่อยกระดับลีกของพวกเขาขึ้นมา ให้เทียบเท่ากับลีกยุโรป

 

      และในอนาคตพวกเขามองว่า ศูนย์กลางลูกหนังจะต้องอยู่ในกำมือของพวกเขาและตอนนี้มันเริ่มขึ้นมาสักพักแล้วเพื่อการพลิกหน้าประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลจีนให้เป็นเบอร์ 1 ของโลก และนี่คือ 3.แผนยุทธศาสตร์ ของสมาคมฟุตบอลจีนและ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง

 

 

     1. คือการส่งเสริมให้เด็กที่เรียนหนังสือตามโรงเรียนในจีน กว่า 30 ล้านคน หันมาสนใจและเล่นกีฬาฟุตบอลการจัดตั้งศูนย์ฝึกกีฬาฟุตบอลอย่างน้อย 20,000 แห่ง และสนามแข่งอย่างน้อย 70,000 แห่งทั่วประเทศ ภายในระยะเวลาเดียวกันภายในปี 2020

 

     2. ภายในปี 2030 พวกเขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำในทวีปเอเชียให้ได้ และสุดท้ายของแผนยุทธ์ศาสตร์ดังกล่าว นั่นคือ ภายในปี 2050 วงการฟุตบอลจีนจะต้องก้าวขึ้นไปเป็นประเทศที่เป็นผู้นำในกีฬาฟุตบอลระดับโลก อันเกิดจากการพัฒนาฟุตบอลอย่างรอบด้าน ยกตัวอย่างง่ายๆ

 

     การที่ลีกจีนมีนโยบายดึงแข้งซุปเปอร์สตาร์ชั้นนำของโลกมาร่วมทีมก็เพราะ จะช่วยยกระดับฝีเท้านักเตะจีนที่เล่นในลีกเดียวกันขึ้นไปได้ และที่สำคัญเลยคือ เมื่อวงการฟุตบอลในลีกจีนเติบโตขึ้น เยาวชนก็จะหันมาให้ความสนใจกับฟุตบอลมากขึ้นกว่าเดิม เพราะต้องการเป็นนักอาชีพและได้รับเงินก้อนโตเหมือนแข้งดังที่ดึงเข้ามา

 



      ซึ่งการประกาศแผนเพื่อก้าวสู่การเป็นมหาอำนาจฟุตบอลโลกครั้งนี้ สอดคล้องกับที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนที่เป็นแฟนฟุตบอลตัวยงเคยกล่าวไว้ว่าทีมชาติจีนมีดีพอที่จะลงทำการแข่งขันในศึกฟุตบอลโลกในภายหน้า และอยากให้ทีมจีนได้ครองแชมป์ฟุตบอลโลกภายในอีก 15 ปีข้างหน้า

 

     ทั้งนี้ การตั้งเป้าความเป็นประเทศชั้นนำในกีฬาฟุตบอลของจีน เริ่มปรากฎให้เห็นมากขึ้นกว่าในอดีต ล่าสุดเมื่อช่วงเดือนที่แล้ว (มีนาคม 2016) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจีนอย่างต้าเหลียนแวนด้า ได้เข้ามาเป็นสปอนเซอร์หลักของฟีฟ่าเป็นที่เรียบร้อย ไม่แน่ว่าอีก 15 ปีข่างหน้าแชมปืฟุตบอลโลกจะตกไปอยู่ในกำมือของ พญามังกร ก็เป็นได้...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลจาก Football Channel Thailand

ข่าวโดย chakkrit