ชีวิตที่เลือกเอง ??!! ย้อนรอยเส้นทาง "เเตงโม พงษ์พิสุทธิ์" จากวิถีนักฟุตบอล .... ก้าวสู่วงการบันเทิง (ชมคลิป ,ภาพชุด)

Publish 2017-01-25 18:28:19


      นับเป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ในรอบสัปดาห์นี้ สำหรับกรณีที่  "แตงโม" พงษ์พิสุทธิ์ ผิวอ่อน   บุตรชายของ "เดอะตุ๊ก"  ปิยะพงศ์ ผิวอ่อน อดีตตำนานศูนย์หน้าทีมชาติไทย   ที่ได้ออกมาประกาศเลิกรากับภรรยา  "เฟิร์น" เกวรินทร์ จิตตั้งตรง"  หลังจากเพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ไปเมื่อ เดือน ตุลาคม 2559 โดยทั้งสองคนครองรักกันได้เพียงเเค่ 8เดือนเท่านั้น

 

 

 

     ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นการปลูกต้นรักของทั้งคู่   โดย เเตงโม กับ เฟิร์น ได้รู้จักเป็นเพื่อนกันตั้งเเต่เมื่อ15ปีที่เเล้ว   สมัยที่ เฟิร์น ได้พาน้องชายของเธอเอง มาฝึกซ้อมทักษะลูกหนังกับ เเตงโม  เเละเเตงโม ก็เข้ามาทำความรู้จักขอเบอร์  เเต่ก็ได้คุยกันเเบบเป็นเพื่อนมาโดยตลอด เพราะช่วงนั้น ทางฝ่ายหญิงได้มีเเฟนอยู่เเล้ว  เเละทั้งสองก็ได้คุยกันอย่างเป็นเพื่อนกัน เเละจากนั้นผ่านไปราว 15ปี  ก็เหมือนพรหมลิขิตให้ทั้งสองมาเจอกันในเฟซบุ๊ค ที่สำคัญยังเป็นช่วงที่โสดพร้อมกัน  ทำให้เริ่มมีการเรียนรู้ซึ่งกันเเละกัน พูดคุยกันมากขึ้น เเละพัฒนาความสัมพันธ์เรื่อยมา

 

 



    และในช่วงต้นปี พ.ศ. 2558 แตงโมวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ โดยวางแผนตั้งแต่ช่วงประมาณ ก.พ. 2558 และตัดสินใจจองตั๋วไปเที่ยวและคุกเข่าขอเฟิร์นแต่งงานท่ามกลางหิมะที่เทือกเขาทิตลิส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อช่วงเดือน ต.ค. 2558 เนื่องจากเป็นสถานที่ที่ดูหนักแน่น เวลาทะเลาะกันจะได้ใจเย็นๆ นอกจากนี้ช่วงที่ทั้งคู่แถลงข่าววิวาห์กันเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2559 ที่ผ่านมา ได้เปิดเผยเรื่องการมีทายาทว่าตั้งใจจะใช้เวลาประมาณ 2 ปีในการมีทายาท และอยากมีลูกแฝด

 

 

 

 


     เราลองย้อนกลับไปพูดถึงประวัติคร่าวๆ รวมถึงเส้นทางลูกหนังยุคเริ่มต้นของ พงษ์พิสุทธิ์ ผิวอ่อน  ....  โดย เเตงโม  เป็นบุตรชายคนที่สองของปิยะพงษ์ ผิวอ่อน และนางสมคิด ผิวอ่อน เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2528   เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 9 ปี จบจากโรงเรียนเพ็ญสมิทธิ์ โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  เเละในช่วงอายุ 15ปี  เเตงโม ได้สานต่อเส้นทางชีวิตลูกหนัง เพื่อหวังตามรอบ เดอะตุ๊ก ผู้เป็นพ่อ  ด้วยการติดทีมไปเเข่งขันฟุตบอลเด็กที่ญี่ปุ่น  ในรายการ โกกะ คัพ   สวมบทซูเปอร์ซับ ลงไปเป็นตัวสำรอง สามารถตอกลูกส้นทำประตูช่วยให้ทีมคว้าชัยได้ 

 

 

 

     จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และได้รับทุนจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และผลิตภัณฑ์อาดิดาส ไปศึกษาเล่าเรียน และเล่นฟุตบอลกับ สโมสรมิดเดิลส์โบรคอลเลจ (ทีมเยาวชนของ เดอะ โบโร่)  ณ  ประเทศอังกฤษ เป็นเวลา 3 ปี   ระหว่างที่ศึกษาในประเทศอังกฤษได้ร่วมทีมชุดคว้าแชมป์เคาน์ตี้ คัพ และรองแชมป์อิงลิช คอลเลจ คัพ โดยพงษ์พิสุทธิ์ ได้รับรางวัลดาวซัลโวสูงสุด 16 ประตู  เเละได้เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อ พ.ศ. 2547  บนวัย 19ปี เเละสรีระรูปรางอันสูงใหญ่กว่า 180 เซนมติเมตร  เเตงโม ได้ไปฝึกฝนทักษะลูกหนังในบ้านเรากับ ทีม โอสถสภาฯ ระยะหนึ่ง เเละด้วยกาารตั้งความหวัง จากเดอะตุ๊ก ผู้เป็นพ่อ ที่วางเป้าให้ เเตงโม ไปค้าเเข้งยังลีกระดับท็อปเอเชีย เนื่องจากพอหมดสัญญาที่อังกฤษ  เเตงโม ยังมีอายุเเค่ 19-20 ปี รวมทั้งไม่ผ่านเกณฑ์ในการขอใบอนุญาตประกอบอาชีพ หรือ เวิร์คเพอร์มิต ที่เป็นปัญหาใหญ่สำหรับบรรดานักฟุตบอลที่ไม่ได้อยู่ในสหภาพยุโรป หรือ อียู 

 

 

 



    เเละช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าตัว ก็ได้ประสบการณ์รับใช้ชาติเป็นครั้งเเรก มีชื่อติดทีมเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ประกอบกับมีทีมจากเคลีก เเดนโสมขาว ให้ความสนใจ เรียกตัวไปทดสอบฝีเท้า  เเต่สุดท้าย ในปี 2549  เเตงโม กลับได้เดินทางไปค้าแข้งที่ประเทศสิงคโปร์ กับทีมกัมบัค ยูไนเต็ด ของเอสลีก   แต่เนื่องจากอาการเจ็บหัวเรื้อรังเป็นอุปสรรคสำคัญ รวมทั้งกระเเสกดดันในเรื่องฟอร์มการเล่น ถูกนำไปเปรียบเทียบกับผู้เป็นพ่อ  ที่โชว์ฝีเท้าสุดยอดเป็นตำนานดาวยิงทีมชาติไทย เเต่ ตัวของเเตงโมเอง กลับไม่ได้การยอมรับในฝีเท้าเท่าที่ควร  ประกอบกับ บุคคลิกรูปร่างหน้าตาของ เเตงโม ที่ดูดี มีสง่าราศี

 

 

 

 

 


     เเละจากนั้นอีกไม่นาน เเตงโม ได้เริ่มค้นพบทางเดินใหม่ของตัวเอง กับงานวงการบันเทิงในบ้านเรา เเละในปี 2549 เเตงโม ถูกดึงไปเข้าวงการบันเทิงเซ็นสัญญาในเครือบริษัทสหมงคลฟิล์ม เป็นเวลา 5 ปี ประเดิมหนังเรื่องแรก “ฮะเก๋า”  โดยรับบทเป็นพระเอก ที่มี หม่ำ จ๊กม๊ก ตลกเงินล้านร่วมแสดงนำ  พร้อมกับเข้าศึกษา จนจบปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชาภาษาอังกฤษสื่อสารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

 

 

 


    ต่อเนื่องด้วงทั้งงานพิธีกรกีฬา, ดีเจ, ผู้ประกาศข่าว และนักแสดง ปัจจุบันเขากลายเป็นพิธีกรชื่อดัง มีงานต่างๆมากมาย อาทิ...

 


-ข่าวมื้อเช้า (ผู้ประกาศข่าวกีฬา) ทางช่องเวิร์คพอยท์ ออกอากาศทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ เวลา 06.00 - 08.30 น.
-เจาะสนาม @ Midnight ทางช่อง 7 ออกอากาศทุกคืนวันอังคาร เวลา 00.30 น.
-Thai Premier League Preview ทางช่องทรู สปอร์ต 2 ออกอากาศทุกวันเสาร์ - วันอาทิตย์ เวลา 17.00 น.
-Thai Premier League Highlight ทางช่องทรู สปอร์ต 2 ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 21.00 น.
-SPORT NIGHT ทางช่องทรูโฟร์ยู ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 23.15 น.
ดีเจ
-แฉแต่เช้า ทาง 94 อีเอฟเอ็ม พุธ เวลา 09.00-11.00
ผลงานการแสดง
-แสดงมิวสิกวีดีโอของ น็อตโตะ-วรางคณิภา พวงธนะสาร ชื่อเพลง แฟนประสาอะไร
-แสดงมิวสิกวีดีโอของ เสถียร ทำมือ ชื่อเพลง ขออภัยที่ลืมช้า, ถ้าไม่โทรกลับ ก็รับสายหน่อย
-ผลงานภาพยนตร์เรื่อง ฮะเก๋า
-ละครเรื่อง "ส้มหวาน น้ำตาลเปรี้ยว" ช่อง 7 พ.ศ. 2554
-ละครเรื่อง "กว่าจะรู้เดียงสา" ช่อง มีเดียชาแนล
-Club Friday The Series ตอน อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคน (ออกอากาศทางช่อง:Green Channel) แสดงคู่กับ ดาว-ณัฐภัสสร สิมะเสถียร
-Club Friday To be continued ตอน สัญญาใจ (ออกอากาศทางช่องจีเอ็มเอ็ม25)
-ละครเรื่อง ใจลวง ช่อง 8 พ.ศ. 2560

 

 

 

 

 

 

 

 

 

      เเละล่าสุดในส่วนของ ชีวิตครอบครัว หลังจากที่ เเตงโม  หลังออกมายอมรับว่าเลิกภรรยาแอร์โฮสเตส ตั้งเเต่ต้นปีที่ผ่านมาเเเล้ว  ซึ่งตนเองพยายามปรับตัวเข้าหากันตลอดในระยะเวลาที่เเต่งงานกัน  พร้อมยำว่าไม่มีปัญหาเรื่องมือที่3 เเน่นอน  ซึ่งตอนที่เราห่างกัน ก็ได้คุยกันผู้ใหญ่ทั้ง2ฝ่ายเเล้ว เเละที่ไม่อยากพูดคำว่า เลิกกัน ก็เพราะฝ่ายหญิงไม่อยากได้ยินคำนั้น  โดย ทั้งสองไม่ได้จดทะเบียนสมรส เนื่องจากหมอดูเคยทักว่า หากจดทะเบียนเเล้วจะต้องพบกับปัญหาหย่าร้าง

 

 

 

     จากนั้น บรรดากระเเสโซเชี่ยล ก็ต่างพากันไปสืบหาต้นตอของปัญหารักร้าว พร้อมยกคลิปในรายการ  “คดีสีชมพู” เมื่อวันที่ 21 เมษายน 59  ที่เเตงโม ไปร่วมรายการกับ เฟิร์น   ซึ่งในวันเวลาดังกล่าวทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงานกัน โดยฝ่ายชายจัดหนักว่าภรรยาทำงานบ้านไม่เป็น และไม่ค่อยมีระเบียบ ไม่กวาดบ้าน ล้างจานไม่สะอาด เคยทะเลาะกันจนไม่คุยกัน เพราะเรื่องล้างจาน ซึ่งเป็นเรื่องระดับชาติ นอนตื่นสาย อยากให้เก็บของให้เป็นระเบียบ มีตะกร้า ก็ใส่เสื้อผ้าปนกัน ไม่รู้อันไหนจะส่งซัก เลยซื้อตะกร้ามา 3 ใบ แต่อีกฝ่ายใส่ลงถังไม่ได้ ใส่รวมกันเหมือนเดิม ต่อมาตนก็ซื้อตะกร้ามาอีก ไม่อยากจุกจิก ให้แยกตะกร้ากัน แต่ภรรยาไม่แยก วันรุ่งขึ้นเอามาใส่ตะกร้าตน ปนสีกันหมดเหมือนเดิม ก่อนบอกว่าตอนนี้คงไม่ต้องแยกผ้า แยกกับกูเลยเนี่ย! .... ฯลฯ

 


      
       และอีกประเด็นคือ แตงโมไม่เคยไปรับไปส่งภรรยาเลย โดยเผยว่าเป็นข้อตกลงกันตั้งแต่ก่อนคบว่าถ้าจะคบแล้วให้ตนไปรับ “คุณต้องหาผัวเป็นแท็กซี่”!! ซึ่งภายหลังคลิปดังกล่าวมีการแชร์กันแพร่หลายฝ่ายชายก็โดนวิจารณ์แหลกว่าพูดไม่ให้เกียรติฝ่ายหญิงและไม่แปลกที่จะไปกันไม่รอด เพราะไลฟ์สไตล์ดูต่างกันเกินไปอีกด้วย

 

 

 

 

 

ขอบคุณภาพ/คลิป

คมชัดลึก

tangmo.tangmo

ห้องข่าวบันเทิง Workpoint

แคปชั่นเสี่ยว

 

ข้อมูล

เดลินิวส์


เรียบเรียงโดย : ดลวรรธน์ โพธิชาธาร






ข่าวที่เกี่ยวข้อง