เฟ้นสุดยอดฝีพาย เรือพายชิงแชมป์ปทท. รอบคัดเลือกสนาม 2




        การแข่งขันเรือพายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ประจำปี 2560  “อีแกท คิงส์คัพ ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ” (EGAT King’s Cup Rowing and Canoeing Thailand Championships) สนามที่ 2  ที่ ศูนย์ฝึกกีฬาเรือพายราชนาวี อ่างเก็บน้ำบางไผ่ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยมียอดฝีพายชั้นนำจากทั่วประเทศกว่า 900 คน ร่วมประลองสนาม ซึ่งจัดการแข่งขันโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย  

 

 

        นางยุวดี ธงสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสังคม กฟผ. เปิดเผยว่า  “สำหรับการแข่งขันเรือพายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2560 รายการนี้ เข้าสู่สนามที่ 2 ที่ ศูนย์ฝึกกีฬาเรือพายราชนาวี จ.ระยอง ซึ่งมี ยอดฝีพายกว่า 900 คน โดยทาง กฟผ. และสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย ร่วมจัดการแข่งขันขึ้นมา”

   

 



            “การแข่งขันเรือพายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย สนามที่ 2 ได้รับความอนุเคราะห์ด้านสถานที่จัดการแข่งขันจากกองทัพเรือ ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกซ้อมกีฬาเรือพายที่มีมาตรฐานสากล และมีความทันสมัยที่สุดในประเทศไทย”

           “ในสนามที่ 2 จะทำการแข่งขันทั้งสิ้น 4 ประเภท ได้แก่ เรือกรรเชียงสากล หรือ โรว์อิ้ง (Rowing) เรือแคนูคยัค แบบ แคนู สปรินต์ (Canoe Sprint) เรือยาวมังกร หรือ ดรากอน โบ้ท(Dragon Boat)  10 ฝีพาย และเรือยาวประเพณี หรือ เทรดดิชั่น โบ้ท (Traditional) Boat 5 ฝีพาย ซึ่งจะแข่งขันทั้งหมด 3 ระยะ คือ 200 เมตร 500 เมตร และ  1,000 เมตร รวมทั้งสิ้น 86 รายการ ในรูปแบบทัวร์นาเมนต์

 

      



               “โดยสนามที่ 1 และสนามที่ 2 เป็นการแข่งขันเก็บคะแนนสะสม เพื่อหาสุดยอดนักกีฬา 12 ลำดับแรกเข้าชิงความเป็นเลิศในสนามที่ 3 ซึ่งเป็นสนามสุดท้าย ที่ อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล กฟผ. จ.ตาก ทีมที่สามารถครองเจ้าเหรียญทองได้ในแต่ละประเภท จะได้ครองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเงินรางวัลอีก 5 หมื่นบาท โดยเงินรางวัลทั้ง 3 สนาม มีมูลค่ารวมกว่า  1 ล้านบาท” 

             “กฟผ. ได้ให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาเรือพายแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันเรือพายชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย เป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนากีฬาเรือพายสู่ความเป็นเลิศในระดับสากล สนับสนุนให้เยาวชนในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนรอบเขื่อนของ กฟผ. ได้มีโอกาสเล่นกีฬาเรือพาย ซึ่งสามารถใช้ศักยภาพอ่างเก็บน้ำเขื่อนของ กฟผ. เป็นสนามแข่งขัน”

              “นอกจากนี้ยังเป็นการสรรหาและสร้างนักกีฬาช้างเผือก ตลอดจนสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนให้ดีขึ้นอีกด้วย”

 






ข่าวที่เกี่ยวข้อง