ทรีโออันตราย!รวม9แก็งค์แนวรุกสุดโหดที่ไม่มีกองหลังคนไหนอยากเจอ (คลิป+ภาพ)




1. ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์, หลุยซ์ ซัวเรซ (บาร์เซโลน่า)
             สยามไม่เคยขาดคนดีฉันใด คัมป์นูก็ไม่เคยขาดแนวรุกสุดโหดฉันนั้น เมื่อล่าสุดสามตัวรุกของทีมอย่าง เมสซี่(42ประตู), เนย์มาร์(39ประตู) และ ซัวเรซ(39) ต่างนัดกันฟอร์มเข้าฝักอย่างพร้อมเพรียง ทำให้ในปี 2015 พวกเขายิงรวมกันได้ 120 ประตู มากกว่า เรอัล มาดริด ทั้งทีม(106ประตู)ที่ยิงได้ด้วยซ้ำ

             


 

2. จอร์จ เบสต์, เดนิส ลอว์, บ็อบบี้ ชาร์ลตัน (แมนฯยูไนเต็ด)
              "เดอะ โฮลี่ ทรินิตี้" แห่งรังโอลด์แทร็ฟฟอร์ด ทั้งสามคนต่างประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยม จะช่วย "ทัพปีศาจแดง" คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ มาครองได้ โดย ชาร์ลตัน มีจุดเด่นอยู่ที่การบงการเกม ส่วน เบสต์ และ ลอว์ ก็ช่วยกันฉีกแนวรับคู่แข่งเป็นชิ้นๆ ซึ่งทั้งสามคนก็การันตีฝีเท้าด้วยการเคยครองบัลลงดอร์มาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น

               


 

3.ริวัลโด้, โรนัลโด้, โรนัลดินโญ่ (บราซิล)
                บราซิล ยุครุ่งเรืองภายใต้การนำทีมของ "ทริปเปิ้ลอาร์" โดดเด่นแบบสุดๆในศึกฟุตบอลโลกปี 2012 ซึ่ง "เหยินน้อย" โชว์ฟรีคิกหักหลัง เดวิด ซีแมน โกล์อังกฤษได้ ส่วนอีกสองคนก็ช่วยกันยิงกระจาย จบทัวร์นาเมนต์ ริวัลโด้ ยิงไป 5 ประตู และ โรนัลโด้ ยิงไป 9 ประตู ช่วยกันคว้าแชมป์โลกไปได้อย่างสวยงาม

                           

 

4. แจร์ซินโญ่, ทอสเทา, เปเล่ (บราซิล)
                 สามประสานที่ถูกยกให้เป็นแนวรุกยอดเยี่ยมตลอดกาลของวงการลูกหนัง เมื่อ ทอสเทา ยังมีชื่อเป็นดาวยิงสูงสุดของ ครูเซโร่ ที่จำนวน 249 ประตู, แจร์ซินโญ่ ยังฝากประตูในศึกฟุตบอลโลกปี 1970 ไว้เป็นความทรงจำในสมองของแฟนบอล ขณะที่ เปเล่ คือแข้งที่เกจิหลายคนยังยกให้เป็นนักฟุตบอลที่ดูสุดตลอดกาล

                  

 

5.แกเร็ธ เบล, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (เรอัล มาดริด)
                แน่นอนว่าสามตัวรุกของ "ราชันชุดขาว" อาจจะยังมีผลงานร้อนแรงสู้คู่แข่งจากคัมป์นูไม่ได้ แต่อย่างน้อย 2 ใน 3 ก็ยังมีชื่อเป็นแข้งที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก ซึ่งในฤดูกาล 2013-14 พวกเขาช่วยกันลั่นสกอร์ไปได้ถึง 97 ประตู พาทีมคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 10 และ ถ้วยโกปา เดล เรย์ มาครองได้

                    

 

6.อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่, ฟรานซิสโก้ เจนโต้, เฟร้นช์ ปุสกัส (เรอัล มาดริด)
                    ในยุค 50 "ลอส บลังกอส" ถือเป็นเต้ยแห่งวงการฟุตบอลยุโรป เมื่อพวกเขาสามารถเดินหน้ากวาดถ้วยแชมป์มาครองได้ทุกใบที่ลงเล่น ในแผนรูปแบบการเล่นสุดคลาสสิคอย่าง 3-2-5 ที่เปิดโอกาสให้พวกเขาบุกแหลกแบบฆ่าไม่เลี้ยง และจนถึงทุกวันนี้ เจนโต้ ยังเป็นเพียงคนเดียวที่คว้าแชมป์ยุโรปได้มากสุดคือ 6 ครั้ง
                  

                

7.โยฮัน ครัฟฟ์, จอห์นนี่ เร็ป, พีต กีเซอร์ (ฮฮลแลนด์)
                 ทรีโอดัตช์แมนที่ร่วมมือกันโชว์ผลงานจนพาทีมเข้าถึงรอบชิงฟุตบอลโลกในปี 1974 ได้ ก่อนพลาดท่าพ่าย เยอรมันตะวันตก 1-2 ชวดแชมป์สมัยแรกไปแบบน่าเสียดาย อย่างไรก็ตามในระดับสโมสร พวกเขาก็ยังมีส่วนสำคัญช่วยให้ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ผงาดแชมป์ ยูโรเปี้ยนคัพได้ 3 สมัยติดต่อกันในช่วงยุค70
                  
                             

 

8.โรมาริโอ, ไมเคิล เลาดรุ๊ป, ฮริสโต สตอยคอฟ (บาร์เซโลน่า)
                     ผลผลิตขั้นสุดยอดจากฝีมือการรังสรรค์ของ โยฮัน ครัฟฟ์ ที่สร้าง "ดรีมทีม" ขึ้นมาในถิ่นคัมป์นู จุดเด่นอยู่ที่การปั้นเกมอันชาญฉลาดของ เลาดรู๊ป แล้วมี สตอยคอฟ กับ โรมาริโอ ที่คอยปั่นป่วนแนวรับคู่แข่ง ข่วยกันยิงประตูได้แบบเป็นกอบเป็นกำ

                               

 

9.แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด, มาร์โก แวน บาสเท่น, รุด กุลลิท (เอซี มิลาน)
                 การเซ็นสัญญาคว้าตัวผู้เล่นในยุคใหม่ของมิลานที่มี ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่  เข้ามาเป็นหัวเรือใหญ่ของทีม ส่งผลให้ "ปีศาจแดงดำ" กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพ ในปี 1989 และ 1990 นอกจากนี้ "สามประสานกังหันนรก" ยังพาทีมสอยถ้วยสคูเด็ตโต้สามสมัยติดในช่วงปี 1991 - 1994 ได้อีกด้วย

                               



ขอบคุณคลิป&ภาพจาก : 101greatgoals