กู๊ดบายปีเก่า!รวม10เหตุการณ์สำคัญวงการลูกหนังโลกประจำปี2015 (คลิป)




                  เข้าสู่ช่วงส่งท้ายปีเช่นนี้แต่ละท่านคงกำลังแฮปปี้กับการหยุดยาว เลือกพักผ่อนกันตามอัธยาศัยที่ถูกกับจริตของตนเอง เพื่อชาร์จแบตเก็บแรงไว้สู้กับปีหน้าฟ้าใหม่กันต่อไป อย่างไรก็ตามในตลอดขวบปีที่ผ่านมา วงการลูกหนังโลกก็ยังมีเรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสุขเศร้าคละกันไปไม่เว้นในแต่วัน ในโอกาสนี้เราจึงขอคัด 10 เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในรอบปีมาย้อนรำลึกให้คิดถึงกันว่า เราได้ผ่านหูผ่านตาเหตุการณ์สำคัญๆอะไรกันมาบ้าง

 

1. สเปอร์ 5-3 เชลซี : 1 มกราคม 2015

             เกมฟาดแข้งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่มีเอกลักษณ์เด่นไม่คิดเบรกหนีหนาวเหมือนลีกชั้นนำประเทศอื่นๆ ได้เกิดเกมที่น่าจดจำขึ้นตั้งแต่คืนแรกของค.ศ.2015 ในเกมที่สนามไวท์ ฮาร์ท เลน เมื่อทาง ท็อตแน่มฮอต สเปอร์ส เจ้าบ้าน พลิกเอาชนะ เชลซี ทีมคู่แข่งร่วมกรุงลอนดอน ที่รั้งตำแหน่งจ่าฝูงอยู่ในช่วงเวลานั้นไปได้แบบดุเดือด 5-3 ถือเป็นเกมทีแฟนบอลหลายคนลืมไม่ลง เพราะทั้งสองทีมต่างเปิดเกมรุกแลกกันได้อย่างสุดมัน พร้อมกับเป็นการประกาศศักดาฉายแววยอดดาวยิงของ แฮร์รี่ เคน หัวหอก “ไก่เดือยทอง” ที่จัดการซัดเบิ้ลในเกมดังกล่าว

                     

  

 

2. “โรเจริโอ เซนี่” ยอดโกล์จอมยิงแขวนถุงมือ – ธันวาคม 2015
                  ในปีนี้อาจจะมีพ่อค้าแข้งประกาศแขวนสตั๊ดอำลาวงการไปมากมายตามกาลเวลา แต่หนึ่งคนที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษคือ โรเจริโอ เซนี่ ผู้รักษาประตูจอมเก๋าเลือดแซมบ้าวัย 42 ปี ที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใครอยู่ที่การเป็นเจ้าพ่อลูกนิ่งนั้นเอง ทั้งฟรีคิก ทั้งจุดโทษ พี่ท่านพร้อมเหมายิงได้ทุกรูปแบบ ทำให้ตลอดทั้ง 22 ปีในอาชีพค้าแข้ง ที่เขาจงรักภักดีเฝ้าเสาให้กับ เซา เปาโล ทีมดังในลีกบ้านเกิดเพียงทีมเดียวเท่านั้น ยิงประตูไปได้ทั้งสิ้น 131 ลูก จากการลงเล่นกว่า 1,200 แมตช์ มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมคว้าโทรฟี่แชมป์ได้ถึง 18 รายการ ปิดฉากอาชีพได้อย่างยิ่งใหญ่ และ คงจะเป็นที่จดจำของแฟนบอลไปอีกนาน

                   



3. “ชิลี”คว้าแชมป์โกปาอเมริกาครั้งแรกในประวัติศาสตร์ กรกฏาคม 2015
                     ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคว้าแชมป์ระดับทวีปมาครองได้ เมื่อมีโคตรทีมอย่าง บราซิล และ อาร์เจนติน่า ยืนจังก้าเป็นก้างขว้างคอรออยู่ ทว่าในปีนี้ ชิลิ ในฐานะเจ้าภาพ ภายใต้การคุมทีมของยอดโค้ชอย่าง ฮอร์เก้ ซามเปาลี ก็มาทำเซอร์ไพรช์ผงาดครองแชมป์ยอดทีมอเมริกาใต้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์  หลังรอคอยมายาวนานกว่า 99 ปี โดยในรอบชิงชนะเลิศเบียดเอาชนะ “ทัพฟ้าขาว” ที่ยอดซุปตาร์อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ นำทัพ ไปได้ในช่วงดวลจุดโทษ 4-1 หลังจบ 90 นาทีทำอะไรกันไม่ได้เสมอกันไปแบบไม่มีสกอร์ เรียกว่างานนี้ทำเอาเทพเซียนทั้งหลายปากกาหักกันไปเป็นแถบๆเลยทีเดียว

                   


4. “มูรินโญ่” แยกทาง “เชลซี” – ธันวาคม 2015
                 ก่อนเปิดฤดูกาลคงไม่มีใครคาดคิดว่า เชลซี ในฐานะแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะฟอร์มหลุดตกต่ำได้ถึงเพียงนี้ ซึ่งหลังจากทีมต้องพบกับความปราชัยไปถึง 9 เกม จาก 16 นัดที่ลงเล่น และ มีแต้มห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น ทำให้บอร์ดบริหารตงตัดสินใจขั้นเด็ดขาดปลด โชเซ่ มูรินโญ่ ออกจากตำแหน่งในที่สุด ก่อนจะมีการประกาศแต่งตั้ง กุส ฮิดดิ้งค์ โค้ชดัตช์ฝีมือเก๋า เข้ามาคุมทีมแทนจนกระทั่งจบฤดูกาลในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม “เฮียมู” ก็ยังคือ “เฮียมู” ชื่อของเขายังขายได้เสมอ ตกงานยังไม่ทันข้ามวันดี ก็มีหลายทีมยักษ์ใหญ่ลีกยุโรปพร้อมจีบไปร่วมงานตลอดเวลาอยู่แล้ว

                   


5. “คาร์ลี่ ลอยด์”ซัดแฮตทริคส่ง“สหรัฐฯ”เป็นแชมป์โลกสมัย3 – กรกฏาคม 2015
                   เป็นอีกหนึ่งปีที่น่าจดจำของทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศศักดาคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังในรอบชิงชนะเลิศจัดการโค่น ทีมชาติญี่ปุ่น ตัแทนจากเอเชียไปได้แบบสะใจ 5-2 โดยนางเอกของงานต้องยกให้กับ คาร์ลี่ ลอยด์ ดาวยิงวัย 33 ปี ที่ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวจัดการซัดไปคนเดียวถึง 6 ลูก โดย 3 ใน 6 นั้น เป็นการทำแฮตทริกในรอบไฟนอล ด้วยการใช้เวลาเพียงแค่ 16 นาทีเท่านั้นด้วย ส่งผลให้เธอคว้ารางวัล “โกลเด้นบอล” ไปครองรวมถึงมีชื่อติดเป็น 1 ใน 3 คนสุดท้ายที่มีลุ้นรางวัลนักเตะหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี 2015 ของฟีฟ่าอีกด้วย

                  



6. “เจมี่ วาร์ดี้” ทุบสถิติยิงประตูติดต่อกันมากสุดพรีเมียร์ลีก พฤศจิกายน 2015
                  หลังจากหล่นไปจมอยู่ท้ายตารางในช่วงคริสมาสต์ในปี 2014 ใครจะไปเชื่อละว่า 1 ปีผ่านไป เลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรที่มีนายทุนคนไทยเป็นเจ้าของ จะก้าวขึ้นมารั้งตำแหน่งจ่าฝูงได้แบบน่าตาเฉย ซึ่งนอกจากต้องชื่นชมผลงานการคุมทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ แล้ว อีกหนึ่งความดีความชอบต้องยกให้กับ เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงฟอร์มแรง ที่ยิงประตูแบบเป็นกอบเป็นกำ ซึ่งหนึ่งในไฮไลท์ของเจ้าตัวคือการซัดประตู 11 เกมติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก ทำลายสถิติเดิมของ รุด ฟาน นิสเตลรอย อดีตดาวยิง แมนฯยูไนเต็ด ได้สำเร็จ และ ถ้ายังรักษาฟอร์มได้ดีต่อเนื่องเช่นนี้ แฟนบอล “จิ้งจอกสยาม” ก็ขอแอบลุ้นแชมป์เบาๆหน่อยละกัน

                 


7. “คริสเตียโน่ โรนัลโด้”ทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดของ “เรอัล มาดริด” ตุลาคม 2015
                   ปี 2015 เป็นอีกหนึ่งปีที คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปีกจอมยิงของ เรอัล มาดริด เดินหน้าทุบสถิติมากมายหลายรายการ แต่หนึ่งในโมเมนท์สำคัญที่เขาจะไม่มีวันลืมคือการขึ้นเป็นดาวซัลโวตลอดกาลสูงสุดของ “ราชันชุดขาว” โดยเมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา “ซีอาร์เซเว่น” ซัดได้ 1 ลูกในเกมที่ทีมเปิดบ้านทุบ เลบานเต้ ขาดลอย 3-0 ส่งผลให้ยอดรวมประตูของเขาในเวลานั้นเพิ่มเป็น 324 ประตู แซงหน้าสถิติเดิมของ ราอูล กอนซาเลซ อดีตดาวยิงตำนานของทีมไปเรียบร้อย ซึ่งก็เชื่อขนมกินกันได้เลยว่ายอดยิงประตูของแข้งโปรตุกีสรายนี้ จะค่อยๆเพิ่มขึ้นไปอีกไกลได้อย่างแน่นอน

                 

 

8. “ลิโอเนล เมสซี่” โชว์โซโล่เดี่ยวยิงประตูสุดสวยรอบชิงโกปา เดล เรย์ – พฤษภาคม 2015
                 แม้ว่าตลอดทั้งปี ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าตัวเทพของ บาร์เซโลน่า จะลั่นสกอร์ใส่ตาข่ายของทีมคู่แข่งไปได้นับไม่ถ้วน แต่ประตูที่ถูกแฟนบอลกล่าวถึงบ่อยครั้ง และ ลืมไม่ลงได้มากที่สุด คงเป็นลูกยิงในรอบชิงชนะเลิศ โกปา เดล เรย์ ที่พบกับ แอธ.บิลเบา เมื่อ เมสซี่ รับบอลมาจาก ดานี่ อัลเวส ตรงบริเวณกลางสนาม แล้วตะลุยลากเดี่ยวหลบผู้เล่นคู่แข่งถึง 4 ราย ก่อนตะบันด้วยซ้ายเข้าประตูไปแบบหมดจด เป็นหนึ่งในสองลูกที่เจ้าตัวทำได้ในเกมนั้น ช่วยให้ทีมชนะไป 3-1 คว้าถ้วย โกปา เดล เรย์ ไปครองได้เป็นสมัยที่ 27 ของสโมสรอย่างยิ่งใหญ่

                 



9. “อันเดรีย ปีร์โล่” หลั่งน้ำตาหลัง “ยูเวนตุส” วืดแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก – มิถุนายน 2015             
                  ถือเป็นช็อตที่ทำเอาแฟนบอลทั่วโลกซึ้งไปตามๆกันไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อ อันเดรีย ปีร์โร่ มิดฟิลด์สมองเพชรถึงกับหลั่งน้ำตา เมื่อ ยูเวนตุส ต้นสังกัดของเขา ต้องพ่ายแพ้ให้กับ บาร์เซโลน่า ไป 1-3 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ชวดคว้าแชมป์ส่งท้ายในถิ่นตูรินไปแบบน่าเสียดาย ซึ่งช็อตนี้เอง ชาบี แข้งคู่แข่งที่ต้องอำลาทีมหลังจบฤดูกาลเช่นกัน ถึงกับต้องเขามาปลอบให้กำลังใจกันแสดงสปิริตของนักกีฬากันแบบแมนๆ ก่อนที่แข้งวัย 36 ปีรายนี้ จะโบกอำลาแผ่นดินยุโรป ย้ายไปเล่นในศึกเมเจอร์ลีก ซอกเกอร์ สหรัฐ ให้กับทีม นิวยอร์ค ซิตี้ อยู่ในเวลานี้

                  


10. จับ 7 เจ้าหน้าที่ฟีฟ่าที่โรงแรมในกรุงซูริค – พฤษภาคม 2015
                     เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สั่นคลอนองค์กรใหญ่ระดับโลกอย่าง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ไม่น้อย เมื่อเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ของสหรัฐฯ บุกรวบตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูง 7 ราย คาโรงแรมกลางกรุงซูริค ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เนื่องจากถูกต้องสงสัยว่ากระทำการทุจริต และ รับสินบน เกี่ยวของกับการแข่งขันฟุตบอลโลกสามครั้ง  และ การจัดการแข่งขันฟุตบอลอีกหลายครั้งในอเมริกาเหนือ และ ใต้ ซึ่งจากนั้นเรื่องราวการสืบสวนก็ยังยืดยาวบานปลายสาวไส้ยาวไปถึงมีคำสั่งลงโทษแบน เซปป์ แบล็ตเตอร์ ประธานฟีฟ่า และ มิเชล พลาตินี่ บิ๊กบอสยูฟ่า ยาวนานถึงคนละ 8 ปีเลยทีเดียว

                   


>>> ขอบคุณคลิปจาก :
Youtube/La Liga                          Youtube/FOOTART
Youtube/Copa America 2015      Youtube/BBC News
Youtube/Zico7                             Youtube/SportVideosMM
Youtube/BeanymanSports           Youtube/Canal Barca
Youtube/Antonio Sisi                    Youtube/Channel 4 News