ระวังมีแผลเป็นติดตัวตลอดชีวิต! 12 วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นง่ายๆที่หลายคนยังไม่เคยรู้ รักษาแผลพุพอง "น้ำมัน-น้ำร้อนลวก" ได้ชะงัดลดอาการแสบร้อน

Publish 2018-07-11 18:35:14


เพราะอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เราไม่คาดคิดและไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดขึ้น และอุบัติเหตุที่มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนสร้างความเจ็บปวดและทรมาณ จนอาจทิ้งรอยแผลเป็นให้นั้นคงหนีไม่พ้น แผลพุพอง (Impetigo/Ecthyma) ซึ่งเป็นโรคติดต่อชนิดหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง โดยจะพบเป็นผื่นแดง คัน กลายเป็นตุ่มหนองแตกง่าย ตกสะเก็ด พบที่บริเวณใบหน้า รอบจมูก ปาก มือและเท้า สามารถกระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย จากการสัมผัสหรือเกาที่บริเวณแผล และสามารถแพร่กระจ่ายสู่คนอื่นได้จากการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ผ้าขนหนู รวมถึงของเล่น เกิดขึ้นได้กับทุกวัย แต่จะพบได้มากในเด็กและทารก และวันนี้เรามี 12 วิธีรับมือปัญหาแผลพุพอง ที่จะช่วยลดอาการแสบร้อนและช่วยให้ไม่ทิ้งรอยแผลเป็น

 

1. ล้างแผลกับน้ำเย็น
เมื่อโดนน้ำมันลวกให้รีบล้างแผลด้วยน้ำเย็น (ที่ไม่ใส่น้ำแข็ง) ภายใน 5 นาที น้ำเย็นจะช่วยลดอุณหภูมิที่ผิวและช่วยป้องกันอาการผิวหนังพุพองได้

 

2. แช่แผลกับนมสดเย็น

 


กับแผลน้ำมันลวกที่แสบร้อนมากๆ อาจใช้นมสดเย็นบรรเทาอาการแสบร้อนของผิวก็ได้นะคะ โดยแช่แผลกับนมสดเย็นประมาณ 15 นาที หรือจนกว่าอาการจะทุเลาลง นมนั้นมีโปรตีนและไขมันสูง ซึ่งจะช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวได้โดยทันที จึงลดอาการปวดแสบปวดร้อนได้ในระดับหนึ่ง

 

3. โยเกิร์ตลดอาการแสบร้อน

 


โยเกิร์ตแช่เย็นสามารถนำมาพอกผิวลดความแสบร้อนจากการโดนน้ำมันลวกแขนหรือมือได้ เนื่องจากโยเกิร์ตก็มีโปรตีนและแร่ธาตุหลากชนิด ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวได้ทันทีไม่ต่างจากนมสดเลย ดังนั้นหลังจากล้างแผลกับน้ำเย็นจนสะอาดแล้ว จัดการโบกโยเกิร์ตรสธรรมชาติเย็นๆ ลงไปบนแผลได้เลย
 



4. ประคบด้วยแตงกวา

 


หลังจากล้างแผลด้วยน้ำเย็นเรียบร้อยแล้วนำแตงกวาแช่เย็นหั่นเป็นแว่นๆ แล้วนำมาประคบแผลน้ำมันลวกโดยทันที ให้น้ำในแตงกวา วิตามินซี และวิตามินเคช่วยลดอาการอักเสบ อีกทั้งในแตงกวายังมีกรดแพนโทเทนิก ตัวช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง ลดอาการแสบร้อนและอาการตึงผิวที่โดนน้ำมันลวกได้

 

5. พอกว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ สมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนผิว และรักษาแผลน้ำมันลวก น้ำร้อนลวก แผลพุพองจากไฟไหม้ โดยเริ่มแรกให้ล้างแผลน้ำมันลวกกับน้ำเย็นจนสะอาด จากนั้นนำวุ้นสดจากใบว่านหางจระเข้ไปล้าง ก่อนนำมาพอกแผลที่ถูกน้ำมันลวก ประคบแผลในช่วง 2 วันแรก อาการแสบร้อนเพราะน้ำมันลวกจะบรรเทาลง และแผลจะสมานกันเร็วขึ้น

 

6. เช็ดแผลด้วยน้ำส้มสายชู
น้ำส้มสายชูจะมีความเย็นอยู่ในตัว และยังมีกรดอะซิติกซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งของยาแอสไพริน จึงช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนจากแผลอักเสบได้ ที่สำคัญน้ำส้มสายชูยังจัดเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแผลติดเชื้อได้อีกด้วย ดังนั้นหลังจากล้างแผลกับน้ำสะอาดแล้ว ให้ใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูชุ่ม ๆ แล้วนำมาเช็ดแผลซ้ำอีกที

 

7. ลดอาการแสบร้อนด้วยถุงชาดำ

 

 


นำถุงชาไปแช่น้ำเย็นสักพักหรือแช่เย็น จากนั้นนำถุงชามาวางโปะลงไปบนแผลที่ถูกน้ำมันลวก สารแทนนินจากชาดำจะช่วยลดความร้อนจากแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้ เมื่อประคบถุงชาสักพักแล้วจึงจะรู้สึกได้ว่าอาการแสบร้อนทุเลาลง แต่ก่อนจะใช้สูตรนี้ แนะนำให้ล้างแผลกับน้ำเย็นทันทีที่โดนน้ำมันลวกก่อน

 



8. เปลือกกล้วยช่วยสมานแผล

 


เปลือกกล้วยอุดมไปด้วยเอนไซม์ สารแอนตี้ออกซิแดนท์ และแร่ธาตุต่างๆ จึงช่วยให้แผลน้ำมันลวกหายเร็วขึ้นได้ เพียงนำเปลือกกล้วยไปล้างยางออกให้หมด จากนั้นค่อยๆ ถูเปลือกกล้วยไปรอบๆ ปากแผล หรือใครจะโปะเปลือกกล้วยด้านในลงไปบนแผลเลยก็ได้ค่ะ นอกจากนี้เปลือกกล้วยยังมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อให้แผลได้อีก

 

9. น้ำผึ้ง+ผงขมิ้นชัน

 


น้ำผึ้งและขมิ้นชันมีสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบ และช่วยสมานแผลอักเสบได้ ดังนั้นหากแผลน้ำมันลวกของคุณยังแสบๆ ตึงๆ อยู่ ให้ผสมน้ำผึ้งและขมิ้นชันชนิดผงในสัดส่วนเท่าๆ กัน แล้วนำมาเป็นน้ำมันนวดผิวที่ถูกน้ำมันลวกทุกเช้า-เย็น

 

10. ทาน้ำมันมะกอกป้องกันแผลเป็น
หลังจากอาการแสบร้อนจากแผลน้ำมันลวกบางเบาลงแล้ว ให้ทาน้ำมันมะกอกบริเวณผิวที่เป็นแผลทุกวันหลังอาบน้ำ น้ำมันมะกอกจะช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นได้ หรือใครสะดวกใช้น้ำมันลาเวนเดอร์ก็ใช้แทนกันได้

 

11. น้ำมันมะพร้าวช่วยลดรอยดำ
หากแผลน้ำมันลวกทิ้งรอยด่างดำไว้ ให้ผสมน้ำมันมะพร้าวกับน้ำมะนาวในปริมาณเท่าๆกัน แล้วนำมาทารอยดำจากน้ำมันกระเด็นทุกเช้า-เย็น วิตามินอีและกรดไขมันจากน้ำมันมะพร้าว พร้อมด้วยวิตามินซีจากมะนาวจะช่วยลบเลือนรอยดำจากน้ำมันกระเด็นให้ได้

 

12. ทายาบรรเทาอาการ
ในกรณีที่แผลน้ำมันลวกพุพองหรือหลุดลอก อาจใช้ยารักษาอาการก็ได้ โดยล้างแผลให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วทายาชนิดครีมไตรแอมซิโนโลนบางๆ เพื่อรักษาอาการแผลพุพอง แผลไหม้ และถ้าหากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีแผลขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ควรรีบไปรักษากับแพทย์อย่างถูกวิธี

 

 


ขอบคุณ พบแพทย์ , gangbeauty
 


เรียบเรียงโดย : จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต






ข่าวที่เกี่ยวข้อง