อุตุฯเตือนหนัก "พายุ มังคุด "ฉบับ2...3ภาค ระวังน้ำท่วมฉับพลัน!

Publish 2018-09-14 13:33:23


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ “มังคุด” (MANGKHUT)"  ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 14 กันยายน 2561 เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (14 ก.ย. 61) พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกหรือด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 126.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 204 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้น ผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน เข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 และอ่อนกำลังลงตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 17-19 กันยายน 2561 ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม  สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 16-20 กันยายน 2561 จะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งให้ระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น.

 



พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง เว้นแต่ภาคตะวันออกเฉียงตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย  สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 19 กันยายน 2561 
อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “มังคุด”( MANGKHUT) บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้น ผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์ เกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามตอนบน ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่อง เว้นแต่ภาคตะวันออกเฉียงตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส 
อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.  ภาคตะวันออก    มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร  ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร  ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร  กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 


 



กรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวัน แถลงเตือน พายุ มังคุด ไต้ฝุ่นลูกที่ 22 ของปี2561 หลังก่อตัวบริเวณหมู่เกาะมาร์แชลล์ รุ่งเช้าวันที่ 8 ก.ย. ทิศทางกำลังมุ่งหน้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือความเร็ว 33 กม./ชม. จุดศูนย์กลางอยู่ห่างจากไต้หวันไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 3,920 กม.  ตลอดเส้นทางที่เคลื่อนผ่าน ไม่มีสิ่งกำบัง สภาพภูมิอากาศเอื้ออำนวย ทำให้ทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่า จะส่งผลกระทบต่อไต้หวันตั้งแต่ วันเสาร์ที่ 15 ก.ย.เป็นต้น อย่างน้อย เป็นเวลา 3 วัน และ จะเป็นพายุไต้ฝุ่นใกล้บริเวณไต้หวันลูกที่มีกำลังรุนแรงที่สุดในปีนี้ พร้อมเตือนประชาชนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ได้เจอฝนจากลมหนาว ไประลอกหนึ่งแล้ว  Jason Nicholls ผู้เชี่ยวชาญอุตุนิยมวิทยา เว็บไซต์ AccuWeather ของสหรัฐอเมริกา คาดว่า ไต้ฝุ่นมังคุด มีโอกาสพัฒนากลายเป็นซุปเปอร์ไต้ฝุ่น สัปดาห์หน้า มีความรุนแรงตั้งแต่ อาจพัดผ่านเกาะกวม จากนั้นปลายสัปดาห์หน้า หรือ ประมาณ 15-16 ก.ย. ไต้ฝุ่นมังคุดจะส่งผลกระทบต่อไต้หวัน และ จีนแผ่นดินใหญ่  แต่ก่อนที่จะเผชิญกับ พายุมังคุด นั้นล่าสด หย่อมความกดอากาศต่ำ 90W ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ ไต้หวัน ก่อตัวเป็นพายุดีเปรสชันลูกใหม่แล้ว ทิศทางมุ่งผ่านทางใต้ของจีน เคลื่อนตัวมาทางอ่าวตังเกี๋ย คาดว่าขึ้นฝั่งเวียดนาม มาสลายตัว ลาว มีโอกาสกลายเป็นพายุโซนร้อนหลังผ่านไต้หวันจะได้ใช้ชื่อว่า "บารีจัต" Barijat สหรัฐอเมริกา ตั้งชื่อ หมายถึงชายฝั่งที่มีคลื่นลม ตามภาษาพื้นเมืองเกาะมาเชล ขณะที่เเบบจำลองของศูนย์ เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วม ของสหรัฐ คาดการณ์รัศมีของพายุนี้ ผ่านทั้งไต้หวัน เวียดนาม ลาว ไทย มาถึงประเทศไทย ทางเหนือ และ อีสาน    
อย่างไรก็ตามต้องจับตา ความความกดอากาศสูง หรือ มวลอากาศเย็น ที่จะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของไทย ซึ่ง พายุ มักจะพ่ายแพ้ลมหนาว ที่เป็นอากาศแห้ง เย็น เมื่อพายุมาเจอลมหนาว จะช่วยหยุดยั้ง การพัฒนาตัว หรือ การเคลื่อนตัวของพายุได้ ทำให้มังคุด และ บารีจัต จะฝ่อตัวลงไปลดความรุนแรง หากมวลอากาศเย็นถอยหลังกลับ พายุก็จะเคลื่อนขึ้นฝั่งได้ง่าย ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด แต่ปัจจัยที่ยังคงทำให้เกิดฝนในไทย คือ ร่องฝน และ มรสุมตะสันตกเฉียงใต้

 


เรียบเรียงโดย : จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์