ย้อนวันหวาน!หวนดูวีรกรรม"ช้างศึก"เข้ารอบสุดท้ายคัดบอลโลกเมื่อ14ปีก่อน




                ย้อนกลับไปเมื่อปี 2002 ทีมชาติไทยยุคนั้นมี ปีเตอร์ วิธ อดีตศูนย์หน้า แอสตัน วิลลา เป็นเฮดโค้ช โดยก่อนจะเข้าสู่ทัวร์นามเนต์ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ทีมชาติไทยเรียกได้ว่ากำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแท้จริง เมื่อมีแข้งเก่งร่วมทีมมากมาย นำโดย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และ  ตะวัน ศรีปาน

 

                ซึ่งในรายการฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือก พวกเขาก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในรอบคัดเลือก รอบแรก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2001 ทีมชาติไทย อยู่ในกลุ่มเดียวกับ ศรีลังกา, ปากีสถาน และ เลบานอน เจ้าภาพรอบคัดเลือก เป็นการแข่งขันแบบพบกันทั้งหมด ปรากฏว่า "ทัพช้างศึก" ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม เก็บชัยชนะได้ถึง 5 นัด เสมอ 1 มี 16 คะแนน คว้าแชมป์กลุ่ม พร้อมตีตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบ 10 ทีมสุดท้าย ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

               

                

                ถัดจากนั้น 2 เดือน ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ วิธ พร้อมนักเตะชุดดรีมทีม ก็ต้องเจอกับศึกหนัก เมื่อในรอบ 10 ทีมสุดท้าย ถูกจับสลากไปอยู่ร่วมกลุ่มเดียวกันกับของแข็งจากตะวันออกกลางอย่าง อิรัก, อิหร่าน, บาห์เรน และ ซาอุดิอารเบีย ซึ่งในรอบนี้จะคัดเอาอันดับ 1 และ 2 ของสองกลุ่มมาไขว้เจอกันในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ก่อนที่จะเอาสองทีมที่เข้ารอบชิงผ่านไปเล่นฟุตบอลโลก 2006 รอบสุดท้ายที่เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพ ขณะที่ทีมอันดับ 3 จะได้สิทธิ์ไปเพลย์ออฟกับทีมอันดับ 3 จากโซนอื่นๆ


                ซึ่งในเวลานั้นแฟนบอลชาวไทยก็วาดหวังว่าจะได้เห็นทีมชาติไทยไปโชว์ฝีเท้าในรายการฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสร์ฟุตบอลไทย และ อาเซียน เนื่องจากสองทีมยักษ์ใหญ่อย่าง เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ได้สิทธิ์เล่นรอบสุดท้ายในฐานะเจ้าภาพไปแล้ว และ เราก็เจอกับทีมจากตะวันออกกลางเท่านั้น  แต่เมื่อถึงเวลาลงสนามแข่งขัน แฟนบอลชาวไทยก็ต้องเจอกับความจริงอันโหดร้าย เมื่อเก็บชัยชนะไมได้เลย เล่นทั้งหมด 8 นัด เสมอ 4 นัด และ แพ้ 4 นัด มีแค่ 4 แต้ม จบบ๊วยของกลุ่มตกรอบดับความหวังไปเล่นฟุตบอลโลกแบบน่าเสียดาย

                

                
                 
รายการดังกล่าวเมื่อ 14 ปีก่อน คือครั้งสุดท้ายที่ "ทัพช้างศึก" มีดฮกาสเข้าใกล้ศึกใหญ่อย่าง "เวิลด์คัพ" มากที่สุดเท่าที่ลูกหนังสยามเคยมีมา อย่างไรก็ตามในปีนี้ "ซิโก้" ที่ขยับบทบาทขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีม พร้อมสร้างประวัติศาสตร์พาทีมชาติไทย ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสุดท้ายได้อีกครั้ง และ บทพิสูจน์สำคัญของทีมอาจเป็นการเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ทีมชาติไต้หวัน ในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้
 

                   เพราะถ้าหากทีมเก็บชัยชนะได้ ก็มีโอกาสเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ที่จะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายคัดเลือกฟุตบอลโลกได้เป็นหนที่สองในประวัติศาสตร์ ซึ่งอย่างน้อยๆก็น่าจะจบในฐานะอันดับ 2 ที่ดีที่สุด แต่ถ้าจะให้แน่นอนก็ต้องบุกไปเอาชนะ หรือ เสมอกับ อิรัก ทีมเต็งของกลุ่มให้ได้ในช่วงต้นปีหน้า ทั้งนี้แม้ว่าในรอบ 12 ทีมสุดท้ายอาจจะต้องเจองานหนักว่าเมื่อ 14 ปีก่อน เมื่อคราวนี้จะมี เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, จีน หรือ กระทั่ง ออสเตเลีย ร่วมโม่แข้งด้วย แต่แฟนบอลชาวไทยก็ยังหวังว่า "โค้ชซิโก้" พร้อมลูกทีมจะเล่นกันอย่างเต็มที่ และ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วย "ทัพช้างศึก" พัฒนาฝีเท้า และ ความแข็งแกร่ง แล้วมีโอกาสได้ไปลุยศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ได้ในอนาคตอันใกล้นี้

ขอบคุณข้อมูล&ภาพจาก : fourfourtwo