"ก่อนและหลังแข่งเราจะร้องเพลงสดุดีมหาราชาทุกครั้งมันทำให้พวกเราฮึกเหิม พระองค์ท่านคือกำลังใจที่ทำให้พวกเราสู้" จากใจ "เจ ชนาธิป" ต่อพ่อหลวง




ภาพที่คนไทยติดตามาเป็นระยะเวลานาน สำหรับภาพนักกีฬาทีมชาติไทย อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปชูเวลาได้รับชัยชนะหรือขึ้นรับเหรียญรางวัลในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะแข่งในประเทศหรือต่างประเทศ จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สร้างความอิ่มเอมและซาบซึ้งใจให้กับคนไทยทั้งชาติ บ่อยครั้งที่ตื้นตันจนน้ำตาไหลออกมาและอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เมื่อได้เห็นภาพเหล่านั้น 


ถ้าพูดถึงนักฟุตบอลไทย ตอนนี้ที่ถูกพูดถึงมากคนหนึ่ง ก็คงไม่พ้น แข้งซูเปอร์สตาร์ทีมชาติไทย “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ผู้มีส่วนสำคัญที่พาทีมประสบความสำเร็จในหลายๆ รายการ ซึ่งเจ้าตัวเผยด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นว่า เล่นถวายหัวทุกครั้งที่มีโอกาสลงสนาม อยากให้ชาติไทยชนะทุกครั้งเพราะอยากเห็นคนไทยมีความสุข พร้อมเผยก่อนแข่งและหลังแข่งนักเตะทุกคนจะร้องเพลงสดุดีมหาราชา โดยพวกเขาจะช่วยกันร้องเสียงดังๆ และนึกถึงพระพักตร์พระองค์ท่าน ทำให้ทีมมีกำลังใจที่จะสู้ เป้าหมายสูงสุดคือพาไทยไปบอลโลก
       
      



 “ทุกครั้งที่ผมลงเล่น เราเป็นตัวแทนของชาติ ผมรู้สึกว่าชาติจะแพ้ไม่ได้ ชาติต้องชนะ ถ้าเราแพ้คนไทยทั้งประเทศแพ้ด้วย แต่ถ้าพวกเราชนะคนไทยทั้งประเทศยิ้ม กลับบ้านมีความสุข ทุกครั้งที่ลงสนามเป้าหมายคือชนะ นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องทำให้ได้ครับ ก่อนแข่งและหลังแข่งพวกเราจะร้องเพลงสดุดีมหาราชาทุกครั้งมันทำให้พวกเราฮึกเหิม ทุกครั้งที่ร้องพวกเราจะช่วยกันร้องเสียงดังๆ และเราจะนึกถึงหน้าพระองค์ท่าน พระองค์ท่านคือกำลังใจที่ทำให้พวกเราสู้ รวมถึงแฟนบอลชาวไทยด้วยครับที่ทำให้พวกผมอยากสู้เพื่อทุกคน พี่โก้จะบอกตลอดว่าพระองค์ท่านทอดพระเนตรพวกเราอยู่เสมอ พวกเราจะระลึกในใจตลอดว่าเราสู้เพื่อใคร”
       
       “ตอนที่พวกเราแข่งซูซูกิ คัพ นัดชิงชนะเลิศ อย่างที่ทราบกันว่าสถานการณ์พวกเรากำลังลำบากกว่าจะเอาชนะได้ ตอนที่ทราบข่าวว่าพระองค์ท่านให้ราชเลขาโทรศัพท์มาให้กำลังใจพวกเรา ผมรู้สึกซาบซึ้งมากครับที่พระองค์ท่านทรงทอดพระเนตรพวกเราอยู่ รู้สึกดีใจมากวันนั้นพอชนะพวกเราก็ร้องไห้ มันเป็นความรู้สึกที่ทุกคนไม่มีวันลืม คือพวกเราสู้กันเป็นทีมจริงๆ ทีมนี้มีสปิริตที่เป็นหนึ่งเดียวกันจริงๆ เล่นกันเป็นทีมเวิร์ก”
       
       



โกยความสำเร็จทั้งที่อายุยังน้อย ซึ่งในการแข่งขัน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 เจยังผงาดคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่ามาครอง และเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่เคยได้รางวัลนี้ โดยในวันนั้นเจ้าตัวได้แสดงความภูมิใจด้วยการชูพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงตอนขึ้นไปรับรางวัล ชมการถ่ายทอดสดไปก็ยิ้มชื่นใจไปกับความสำเร็จที่เกิดขึ้น ผ่านไปใกล้จะครบ 1 ปีเต็มความสุขนั้นยังชัดเจน
       
       “ตอนนั้นผมอยากบอกให้ทุกคนรู้ว่าประเทศเราคือที่หนึ่ง ประเทศเราไม่เป็นรองใคร ผมสู้เพื่อแผ่นดินผมอยากทดแทนแผ่นดินที่ผมยืนอยู่ และพระองค์ท่านคือสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยทุกคน การที่พวกเราสู้เพื่อประเทศก็เหมือนสู้เพื่อพระองค์ท่าน”
       
       “เป้าหมายของผมคืออยากพาไทยไปบอลโลก และพาทีมไปปรีโอลิมปิก และทุกๆ รายการไทยต้องเป็นแชมป์ นี่คือเป้าหมายของผมในนามทีมชาติ หรือเข้าไปสู่รอบลึกที่สุด ผมว่าทำอะไรเราต้องมีเป้าหมายเพราะถ้าไม่มีเป้าหมายเราจะไม่มีความกระหายในชัยชนะ ความกระหายและความมุ่งมั่นคือสิ่งสำคัญในการเล่นกีฬา สำหรับนักกีฬาทีมชาติ ผมเชื่อว่าทุกครั้งที่ลงแข่งทุกคนอยากนำชัยชนะมาให้คนไทย”
       
       “ผมภูมิใจที่ได้ทำเพื่อชาติ หลายๆ คนอยากมายืนในจุดนี้ ในจุดที่ผมยืนอยู่แต่เขาไม่มีโอกาส ผมจึงทำให้ดีที่สุดทุกครั้งที่ได้เป็นตัวแทนของประเทศ ผมหยุดพัฒนาตัวเองไม่ได้ เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่เราหยุดพัฒนาตัวเองคนอื่นจะแซงเราเมื่อนั้น ผมอยู่ในช่วงพัฒนาตัวเอง ทำยังไงก็ได้ให้เราไปให้ไกลที่สุดที่เราจะไปได้ ไม่ว่าในนามทีมชาติหรือนามสโมสรผมอยากชนะไม่อยากแพ้”




ขอขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์