ลืมหรือยัง ฮีโร่ของคนไทย "สมจิตร จงจอหอ" พูดถึง "ในหลวง" ตอนชกชนะ แล้วชูพระบรมฉายาลักษณ์ อย่างน่าประทับใจ




ภาพที่คนไทยติดตามาเป็นระยะเวลานาน สำหรับภาพนักกีฬาทีมชาติไทย อัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปชูเวลาได้รับชัยชนะหรือขึ้นรับเหรียญรางวัลในทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะแข่งในประเทศหรือต่างประเทศ จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สร้างความอิ่มเอมและซาบซึ้งใจให้กับคนไทยทั้งชาติ บ่อยครั้งที่ตื้นตันจนน้ำตาไหลออกมาและอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เมื่อได้เห็นภาพเหล่านั้น 

อีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทย “สมจิตร จงจอหอ” นักกีฬาทีมชาติไทย เจ้าของเหรียญทองมวยสากลสมัครเล่น โอลิมปิก 2008 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน, เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัย, เหรียญทองซีเกมส์ 3 สมัย เรียกว่ากวาดเรียบมาทุกทัวร์นาเมนต์ ซึ่งเจ้าตัวได้ย้อนความประทับใจให้ฟังว่า ถือเป็นที่สุดของชีวิตแล้วที่ได้ติดทีมชาติ โดยเฉพาะวันที่ได้เหรียญทองโอลิมปิก การได้ชูพระบรมฉายาลักษณ์ในวันที่ตนเองได้รับชัยชนะเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ที่ตนไม่มีวันลืม 
       
     
  “เหตุผลที่ผมนำรูปในหลวงไปชูตอนชกชนะ เพราะผมอยากบอกให้ทั่วโลกรู้ว่าพระองค์คือพ่อหลวงของเรา อยากให้ทั่วโลกรู้ว่าในหลวงคือสัญลักษณ์ของประเทศไทย ผมอยากบอกให้ทั่วโลกรู้ว่านักกีฬาที่ได้เหรียญทองคนนี้มาจากประเทศไทยนะ และคนในภาพที่พวกเราชู ท่านคือพ่อหลวงของเรา ศูนย์รวมใจของพี่น้องชาวไทยทุกคน เพราะฉะนั้นเวลาที่ผมทำอะไรสำเร็จเกี่ยวกับประเทศชาติผมจะนึกถึงพ่อหลวงโดยเฉพาะเลยครับ ผมอยากประกาศให้ทั่วโลกได้รู้ว่าถึงพวกเราจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่เราก็สามารถยืนอยู่บนเวทีระดับโลกได้ในเรื่องกีฬา ชัยชนะวันนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะของเราคนเดียว แต่เป็นชัยชนะของคนไทยทั้งประเทศ”
       

      



 “ตื้นตันมากครับ ตื้นตันที่ครั้งหนึ่งในชีวิตมีโอกาสถือพระบรมฉายาลักษณ์ประกาศให้ทั่วโลกได้รู้บนเวทีโอลิมปิกที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก มีคนมาถามผมว่าในภาพคือใคร ผมบอกคนที่มาถามทุกคนว่าท่านคือในหลวงของเรา ผมภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้บอกให้คนทั่วโลกได้รู้ว่าประเทศไทยเราคืออะไร การได้ชูภาพในหลวงในวันที่เราชนะมันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มากครับ มันคือที่สุดในชีวิตของผมแล้ว การได้เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย มีธงไตรรงค์ติดหน้าอก ได้เป็นตัวแทนคนไทยไปโชว์ความสามารถบนเวทีระดับโลก ได้ไปร้องเพลงชาติไทยให้คนทั่วโลกฟัง โอ้โห…เพราะมากครับ เพราะจับใจ เพราะแบบไม่มีวันลืม” 
       
       ในหลวง คือสิ่งที่คนไทยยึดเหนี่ยวจิตใจ ในยามที่นักกีฬาสู้ไม่ได้แต่พอโค้ชปลุกใจบอกให้สู้เพื่อในหลวง พลังใจก็มาแบบอัตโนมัติ พระองค์คือกำลังใจวิเศษของนักกีฬา 
       
       “เพราะพระองค์คือสิ่งที่เรายึดเหนี่ยวจิตใจ ตอนแข่งผมก็เคยได้รับจิตวิทยาเรื่องนี้ครับ พอโค้ชปลุกใจเราว่าให้สู้เพื่อในหลวง พระองค์ท่านทรงทอดพระเนตรอยู่นะ พอได้ฟังก็ทำให้พวกเรามีกำลังใจเพิ่มขึ้นเวลาที่นึกถึงสิ่งที่เรายึดเหนี่ยว ใจมันมา ทำให้เราฮึกเหิมมากขึ้นในการขึ้นไปสู้ เหมือนความรู้สึกที่เวลาเราไปไหนแล้วมีพระเครื่องอยู่บนคอเรา เราก็ยึดถือว่าจะทำให้เราแคล้วคลาดปลอดภัยนะ มีผลกับจิตใจนักกีฬามากๆ ครับ”
       
       ตั้งปณิธานจะเป็นลูกที่ดีของพ่อหลวง อยากให้พระองค์สุขภาพแข็งแรง สัญญาจะน้อมนำคำสั่งสอนของพระองค์มาใช้ในการดำเนินชีวิต
       
     



  “เวลานึกถึงพระองค์ท่าน สิ่งที่เห็นมาตลอดคือพระองค์ท่านมีความเพียร ท่านเสด็จไปทุกหย่อมหญ้าที่ชาวไทยอยู่อาศัย เห็นความลำบากของท่าน เห็นพระองค์เหนื่อย แต่พระองค์ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรค ไม่ว่าที่ที่เสด็จไปจะต้องลุยน้ำหรือยากลำบากแค่ไหน ต้องลุยป่าลุยเขา พระองค์ท่านมีความเพียรเสมอที่จะเสด็จไปหาประชาชน ผมจึงนำหลักการดำเนินชีวิตในเรื่องของความเพียรพยายามมาใช้ในชีวิตประจำวัน”
       
       “วันนี้วันพ่อ ผมอยากขอพรให้พระองค์ท่านสุขภาพแข็งแรง ผมในฐานะที่เป็นลูกหลานท่าน ผมสัญญาว่าจะเป็นคนดีตามรอยพ่อ ตามที่พระองค์ได้สั่งสอนเอาไว้ และผมจะเป็นพ่อที่ดีของลูก และจะเป็นคนดีของประเทศชาติต่อไปครับ ผมนำคำสอนของพระองค์ท่านเรื่องความพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต การพอเพียงเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตผมมีความสุขมาก รวมถึงความเพียรพยายาม สิ่งที่พระองค์ท่านสอนใช้ได้ผลจริง ความเพียรเท่านั้นที่จะเอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้”
       

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์