"นักขับดาวรุ่งไทย" ประกาศนำรถแข่งเฟอร์รารี่ 488 จีที3 แข่ง "เอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพ" ร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช




พศิน ลาทูรัส  นักขับดาวรุ่งชาวไทยวัย 22 ปีประกาศนำรถแข่งเฟอร์รารี่ 488 จีที3 เข้าร่วมการแข่งขันรถแข่งระดับโลกรายการ “เอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพ” เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นำเลข ๙  ติดด้านบนสุดของหลังคารถ ในศึกมอเตอร์สปอร์ตระดับตำนานของโลก “มาเก๊ากรังด์ปรีซ์”ระหว่างวันที่ 17-20 พ.ย.นี้ ซึ่ง พศิน ถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนักขับของรายการนี้ จากฟอร์มที่โดดเด่นตลอดทั้งฤดูกาล จบในอันดับ 10 ของ “เวิลด์คัพ” ซึ่งเป็นนักขับกึ่งอาชีพเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ติด “ท็อปเท็น” นับเป็นการสร้างผลงานระดับโลกของนักขับระดับเยาวชน โดยรรายการเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพ จะรวมเอานักขับที่ดีที่สุดของโลกในกลุ่มจีที3 รวมถึงทีมแข่งและรถแข่งจีที3 ชั้นนำของโลกมาไว้ในเรซเดียวกัน เพื่อนับเป็นกำไรให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกได้รับชมการแข่งขันในนัดปิดฤดูกาล มีทีมแข่งชั้นนำของโลกจากทีมโรงงานเข้าร่วมเกือบทุกแบรนด์รถยนต์และเป็นครั้งที่ 2 ของมาเก๊ากรังด์ปรีซ์ที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน “เวิลด์คัพ” ภายใต้การรับรองของเอฟไอเอ



คริสเตียนชาคท์ประธานเอฟไอเอจีทีคอมมิสชั่นเปิดเผยว่าเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพถือเป็นรายการที่ดึงดูดความสนใจจากยอดทีมแข่งและนักขับชั้นนำของโลก “การแข่งขันจีที 3 มีขึ้นบนเซอร์กิตที่ดีที่สุดของโลกแต่การจัดการแข่งขันเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพในมาเก๊ากรังด์ปรีซ์ถือเป็นที่สุดของเรซสุดพิเศษในสนามที่เป็นตำนานของโลกซึ่งรวบรวมเอาไว้ซึ่งวัฒนธรรมด้านมอเตอร์สปอร์ตที่ยาวนาน มันคือสนามปิดฤดูกาลที่พิสูจน์ขีดความสามารถของทีมโรงงานที่ดีที่สุดของโลกรวมถึงทีมอิสระและนักขับทั้งหมดซึ่งต้องตัดสินกันด้วยคุณภาพภายใต้ความหลากหลายของรายชื่อนักขับในครั้งที่ 2 ของการแข่งขันรายการนี้ที่พยายามผลักดันเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพให้เป็นหนึ่งในปฏิทินที่สำคัญของมอเตอร์สปอร์ตโลก”



พร้อมได้เปิดเผยถึงแนวทางของเอฟไอเอว่า “เอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพเข้าใจดีถึงความมุ่งมั่นใจทุกๆ เรซของแต่ละทีมในตารางการแข่งขันแต่ตรงกันข้ามกับการแข่งขันเวิลด์คัพที่ไม่ได้ยึดรูปแบบเอ็นดูรานซ์โดยในมาเก๊ากรังด์ปรีซ์จะใช้นักขับเพียงคนเดียวนั่นหมายความว่าทุกคนจะต้องระมัดระวังอย่างมากและต้องขับด้วยความแม่นยำในทุกๆจุดของสนามรวมถึงการขับที่ต้องลดความเสี่ยงลงไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”
     สำหรับฤดูกาล 2016 พศินลงแข่งขันในศึกบลองค์แปงจีทีซีรีส์เอ็นดูรานซ์คัพภายใต้สังกัดเอเอฟคอร์เซซึ่งเป็นฤดูกาลแรกของนักขับไทยที่ลงแข่งขันในซีรีส์ระดับโลกรายการนี้เป็นครั้งแรก และสร้างผลงานที่เป็นไฮไลต์สำคัญด้วยการคว้ารองแชมป์ในรายการพอลริคาร์ด 1,000 กิโลเมตร เปิดเผยว่า “ตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของประชาชนชาวไทยและผมขอน้อมแสดงความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  นับเป็นโอกาสดีที่ผมได้เข้าร่วมแข่งขันเอฟไอเอจีทีเวิลด์คัพอีกครั้งและผมขอขอบคุณไปยังฝ่ายจัดการแข่งขันรวมถึงเอเอฟคอร์เซและผู้สนับสนุนรายต่างๆของผมด้วยเช่นกันผมจะทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อชื่อเสียงของประเทศไทยและหวังว่าจะมีผลงานที่ดีในมาเก๊า”

 

เรียบเรียงโดย สถาพร สปอร์ตริงไซด์
ขอขอบคุณภาพจาก
forbesthailand.com