ฮีโร่ซัดชัย !!ย้อนชมประตูเเจ้งเกิดของ"ซิโก้" ในสีเสื้อ"ทีมชาติไทย" เมื่อซีเกมส์ พ.ศ.2536... จุดเริ่มต้นของตำนานดาวยิงจอมตีลังกา (คลิป)




    เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง  กุนซือทีมชาติไทยชุดใหญ่คนปัจจุบัน ที่เพิ่งพา ช้างศึก คว้าเเชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ  คัพ 2016  ด้วยการปราบ อินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ  พร้อมซิวถ้วยลูกหนังอาเซี่ยน สมัยที่ 5  ได้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเราจะลองย้อนไปดูเส้นทางลูกหนังของ ซิโก้ ได้ยุคเริ่มต้นกับ สีเสื้อทีมชาติไทย ซึ่งหลายๆคนอาจจะยังไม่ทราบ

 

 


 
   นั้งไทม์เเมชชีน ย้อนไป เมื่อปี 1981 ทีมชาติไทยว่างเว้นจากเหรียญทองเป็นเวลา 6 ปี  จนถึงซีเกมส์ครั้งที่ 11 ปี 1981 ที่ฟิลิปปินส์ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน, วรวรรณ ชิตะวณิช, เฉลิมวุฒิ สง่าพล, มาดาด ทองท้วม, ชลอ หงษ์ขจร แ ช่วยกันพาทีมชาติไทยกลับมาครองแชมป์ได้อีกครั้ง และได้เหรียญทองอีกสองครั้งติดต่อกัน (1981, 1983, 1985)



      แต่หลังจากนั้น ทีมชาติไทยไม่สามารถคว้าเหรียญทองมาได้อีกเลยตลอดระยะเวลา 8 ปีเต็ม กระทั่งปี 1993 หรือซีเกมส์ครั้งที่ 17  ในพ.ศ.2536 ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่ และเป็นการแจ้งเกิดของกองหน้าจอมตีลังกา “ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เพราะนับจากครั้งนั้นที่ไทยได้เหรียญทองมาครอง ก็เป็นจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การครองแชมป์ถึง 8 สมัยซ้อน (1993 ถึง 2007)

 

 


      มหกรรมซีเกมส์  ปี 1993 ถูกจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่ง ทีมฟุตบอลชาย ทีมชาติไทย ภายใต้การคุมทีมของ “บิ๊กหอย” ธวัชชัย สัจจกุล ผู้จัดการทีม, “บิ๊กกร๊อง” วิรัช ชาญพานิชย์ ผู้ช่วยฯ  และ “น้าชัช” ชัชชัย พหลแพทย์ เฮดโค้ช ตั้งความหวังไว้ว่าจะต้องพาทีมกู้ศรัทธาด้วยการคว้าเหรียญทองให้ได้  ซึ่งระดมขุนพลระดับพระกาฬในขณะนั้นมากมาย อาทิ นที ทองสุขแก้ว, อภิชาติ ทวีเฉลิมดิษฐ์, ไพโรจน์ พ่วงจันทร์,  ส่งเสริม มาเพิ่ม, อรรถพล ปุษปาคม, วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์, ปิยพงษ์ ผิวอ่อน

 

 

     ขณะเดียวกัน ปรากฏชื่อของดาวรุ่งคนนึงที่ไม่มีใครสนใจเท่าไหร่ นั่นคือ “เจ้าโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
กองหน้าวัย 19 ปี จาก จ.ขอนแก่น ที่ “บิ๊กหอย” ใส่ชื่อเดินทางไปสิงคโปร์ด้วย

 



       ทีมชาติไทย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแรก เมื่อเก็บชัยชนะรวด 4 นัด เหนือพม่า 2-0, บรูไน  5-2, ลาว 4-1 และมาเลเซีย 2-0 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในฐานะแชมป์เก่า เข้าไปเจอกับ “แชมป์เก่า” อินโดนีเซีย เกมดังกล่าวถือเป็นการ “ล้างแค้น” ของนักเตะไทย เพราะเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ไทย เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในนัดชิงชนะเลิศ –3-4 จากการดวลลูกจุดโทษ หลังเสมอ 0-0 และปรากฏว่าแข้ง ไทย ล้างแค้นสำเร็จ เมื่อเฉือนชนะ 1-0 ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศเจอกับ พม่า

 

      ในรอบชิงชนะเลศ การเจอกับ พม่า เหมือนจะเป็นงานง่าย  เพราะ ทีมชาติไทย ใช้เวลา 50 นาที ยิงขึ้นนำ 3-1 ทั้งๆ ที่โดนยิงนำไปก่อน 0-1 อย่างไรก็ตาม พม่า ยิงคืนสองลูกรวด ตีเสมอหน้าตาเฉย 3-3  ทำให้ภาพเก่าๆ หวนเข้ามาอยู่ในสมอง เนื่องจาก 2 ปีที่แล้ว ทีมชาติไทย ได้เพียงเหรียญเงินก่อนถูกโจมตีว่ามีการ “ล้มบอล” เกิดขึ้น


       แต่เกมดำเนินมาถึงนาที 65 ไทย ตัดสินใจเปลี่ยนตัวด้วยการส่ง “เจ้าโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง  ลงสนามแทน วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ ที่บาดเจ็บ ซึ่งนาทีนั้นไม่มีใครคาดคิดว่าไอ้หนูที่ชื่อ เกียรติศักดิ์  จะทำให้ ทีมชาติไทย เป็นแชมป์

 

      ซึ่ง “ซิโก้” กลายเป็นฮีโร่เพียงชั่วข้ามคืน เมื่อโหม่งเป็นผู้ทำประตูชัยก่อนหมดเวลาเพียง 2 นาที จากลูกเปิดของ สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์  ให้ ทีมชาติไทย ชนะ พม่า 4-3 คว้าเหรียญทองไปครองอย่างยิ่งใหญ่  เเละเเมตช์นั้น  ยังมี "ย.โย่ง"  เอกชัย นพจินดา นักพากย์ฟุตบอลในตำนานผู้ล่วงลับ บรรยายเกมอีกด้วย ...

 

 

        โดยซิโก้ เคยกล่าวไว้ว่า ...  “ผมยังจำวันนั้นได้ดี” เกียรติศักดิ์ เผย“ตอนนั้นผมเป็นตัวสำรองตลอดทั้งทัวร์นาเมนท์ แม้แต่นัดชิงชนะเลิศที่ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้โอกาสลงสนาม


      เพราะตอนนั้นเรานำถึง 3-1 แต่พอโดนตีเสมอ 3-3 “บิ๊กหอย” สั่งให้ผมไปวอร์มก่อนได้รับโอกาสในที่สุด  ซึ่งตอนนั้นตื่นเต้นมากเพราะสกอร์เสมอ 3-3 ซึ่งเราจะแพ้ไม่ได้ แต่ก็เหลือเชื่อมากๆ ที่เราเป็นคนทำประตูชัย”

 

 

      สำหรับผู้เล่นในเกมรอบชิงฯกับ พม่า เมื่อซีเกมส์ ปี 1993 ประกอบด้วย วัชรพงษ์ สมจิตร, อภิชาติ ทวีเฉลิมดิษฐ์, สุเมธ อัครพงษ์, ภัทรพงศ์ ศรีปราโมช (ไพโรจน์ พ่วงจันทร์), นที ทองสุขแก้ว, สุรชัย จตุรภัทรพงศ์, ตะวัน ศรีปาน, สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์, อรรถพล ปุษปาคม, วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ (เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง -สำรอง) และปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

 


 

 

 

 

 

 

ขอบคุณคลิป kudo chiniji

http://www.supersubthailand.com

http://pantip.com/topic/33789036

.

.

.

.

.

.

.

ข่าวโดย

donlawat