"ครูบาอภิชัย" ศิษย์เอก "ครูบาศรีวิชัย" ที่แม้แต่ "จอมพลสฤษดิ์" ยังนับถือ

Publish 2019-03-04 14:49:39


 

           จากกรณีเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2562 ลูกศิษย์นับหมื่นหลั่งไหลเข้าร่วมพิธีเปลี่ยนผ้าสรีระสังขารครูบาอภิชัยขาวปี ครบรอบมรณกาล 42 ปี ครูบาอภิชัยขาวปี ท่านเป็นศิษย์เอกของ ครูบาศรีวิชัย และเป็นที่เคารพนับถือของชาวลำพูนเป็นอย่างมาก แม่แต่จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้มีอำนาจล้นเหลือ ยังเคารพนับถือท่านครูบอภิชัยขาวปีเป็นที่สุด

 

 

 



 

             ครูบาอภิชัยขาวปี เป็นบุตรของนายเม่า และนางจันตา หล้าแก้ว เป็นชาวบ้านเชื้อสายลัวะ ชาวแม่เทย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ถือกำเนิดเมื่อวันจันทร์ เดือน 7 เหนือ ปีกัดเป้า (ปีฉลู) ซึ่งตรงกับวันที่ 17 เดือนเมษายน พ.ศ.2431 อันเป็นวันมหาสงกรานต์ หรือวันปากปี เพื่อให้เป็นมงคลตามวันจึงมีชื่อว่า "จำปี" หรือ "จุมปี" เมื่ออายุได้ 16 ปี มารดานำไปฝากบวชเป็นสามเณรกับครูบาเจ้าศรีวิชัย ณ วัดบ้านปาง เมื่ออายุครบ 22 ปี ท่านบวชเป็นพระภิกษุ มีฉายาว่า พระอภิชัย

 

 

         เมื่ออุปสมบทได้ 2 พรรษา จึงกราบลาอาจารย์ เพื่อมุ่งมั่นงานก่อสร้างปฏิสังขรณ์วัดร้างต่างๆ ตามแนวทางที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยวางไว้ ถือเป็นช่วงต้นของชีวิตพระภิกษุ ระหว่างอายุ 24 ปีจนถึงอายุ 35 ปี ที่อุทิศทุ่มเทให้แก่งานการก่อสร้างพระอารามอย่างเต็มที่ นอกจากแถบอำเภอลี้ แม่ทา บ้านโฮ่ง ทุ่งหัวช้างในลำพูนแล้ว ยังได้เดินทางไปก่อสร้างศาสนสถานทั่วล้านนาทั้งในลำปาง พะเยา เชียงใหม่ ตาก สุโขทัย และข้ามเขตแดนพม่าแถบลุ่มน้ำสาละวินอีกด้วย

 

 

          ท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ 3 ครั้ง ครองผ้าขาวอย่างชีปะขาว 3 ครั้ง ดังนี้คือ อุปสมบทเป็นพระสงฆ์ครั้งแรกโดยครูบาศรีวิชัยเมื่ออายุได้ 22 ปี ที่วัดบ้านปาง ได้สมญานามว่า อภิชัยภิกขุ ช่วยครูบาศรีวิชัยสร้างกุฎีที่วัดบ้านปาง จนอายุได้ 35 ปี ถูกจับสึกจากผ้าเหลืองไปห่มผ้าขาว ด้วยความผิดตามพ.ร.บ.ลักษณะเกณฑ์ทหาร รศ.124 (2448) บังคับใช้ และต้องติดคุก 6 เดือน ที่คุกจังหวัดลำพูน ในขณะที่ท่านถูกจองจำอยู่ในคุก ซึ่งเป็นที่ตั้งเก่าของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหริภุญไชย (ก่อนหน้านั้นเดิมเคยเป็นวัดแสนข้าวห่อ) ครูบาขาวปีได้เห็นโรงพยาบาลจังหวัดลำพูนในสมัยนั้นชำรุดทรุดโทรม ท่านจึงได้ริเริ่มสร้างโรงพยาบาลลำพูน โดยประชาชนที่เลื่อมใสในตัวท่านทราบข่าวว่าท่านมาเป็นประธานในการก่อสร้างโรงพยาบาล ก็พากันมาช่วยร่วมบุญอย่างคับคั่ง จนสร้างโรงพยาบาลแล้วเสร็จ เมื่อเดือน 9 เหนือ แรม 2 ค่ำ เป็นวันที่ท่านพ้นโทษตามคำพิพากษาครบ 6 เดือนพอดี

 

 

           เมื่อพ้นโทษออกจากคุกแล้ว ท่านได้เดินทางไปกราบครูบาศรีวิชัยที่วัดพระสิงห์ ที่นี่ท่านได้รับการอุปสมบทเป็นครั้งที่ 2 โดยเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์เป็นอุปัชฌาย์ ท่านอยู่จำพรรษากับครูบาเจ้าศรีวิชัยได้ 1 พรรษา ก็ลาอาจารย์จาริกไปสร้างวัดและโรงเรียนอีกหลายแห่ง ในปี พ.ศ.2465 ขุนระมาดไมตรี กำนันคนแรกแห่งอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ปรารถนาจะได้พุทธรูปหินอ่อน หน้าตักว้าง 1.30 เมตร สูง 1.6 เมตร มูลค่า 800 บาท จึงได้นิมนต์ครูบาอภิชัยไปเป็นประธานสร้างฝ่ายสงฆ์ แต่ปรากฎว่าเงินไม่พอถึง 700 บาท ท่านจึงบอกบุญไปตามศรัทธา แต่มีการร้องเรียนว่าท่านเรี่ยไรเงินอันเป็นการผิดระเบียบสงฆ์ เจ้าคณะจังหวัดจึงจับท่านสึกเป็นครั้งที่ 2 ท่านกลับมานุ่งห่มสีขาวอีกครั้ง

 

         ต่อมาไม่นาน ขณะนั้นครูบาศรีวิชัยกำลังสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ ครูบาขาวปีจึงพากะเหรี่ยง 500 คน ขึ้นไปช่วยทำถนนขึ้นดอยสุเทพร่วมกับอาจารย์จนแล้วเสร็จ จึงกลับลงมาพักกับอาจารย์ที่วัดพระสิงห์ ที่วัดพระสิงห์นี้ ท่านครูบาศรีวิชัยก็อุปสมบทให้ท่านเป็นภิกษุอีกเป็นครั้งที่ 3 การอุปสมบทครั้งนี้ ถูกดึงไปเป็นเหตุผลหนึ่งให้ครูบาเจ้าศรีวิชัยต้องอธิกรณ์อีกครั้ง ด้วยข้อหาว่าทำการอุปสมบทให้แก่ "ผ้าขาวปี๋ หรือหนานปี๋ ซึ่งคณะสงฆ์ประกาศห้ามมิให้อุปสมบท เมื่อครูบาเจ้าศรีวิชัยเดินทางไปต่อสู้คดีที่กรุงเทพฯ ครูบาอภิชัยขาวปีอยู่รักษาวัดพระสิงห์แต่เพียงผู้เดียว มหาสุดใจ วัดเกตุการาม กับพระครูวัดพันอ้นรูปหนึ่ง ถือโอกาสมาข่มขู่ให้ครูบาอภิชัยขาวปีสึกเสีย เพราะมิฉะนั้นทางการจะเอาเรื่องครูบาเจ้าศรีวิชัยให้ติดคุกจนถึงที่สุด ด้วยจิตใจที่เป็นห่วงในตัวอาจารย์ ท่านจึงเสียสละผ้ากาสาวพัสตร์ ยอมสึกเป็นชีปะขาวและนับเป็นครั้งสุดท้ายแห่งการครองผ้าไตรจีวรของท่านตราบจนละสังขาร

 

 

 



 

          แม้แต่ ฯพณฯ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผู้มีอำนาจล้นเหลือในระหว่างปี พ.ศ. 2502-2506 ได้รับทราบผลงานของท่านครูบาขาวปี ยังใคร่ปรารถนามานมัสการกราบคารวะท่าน ผู้มีใจมุ่งพัฒนา ยอมอุทิศชีวิตเพื่อพระบวรพุทธศาสนาและสังคมโดยส่วนรวม ไม่ปรารถนาผลตอบแทนแต่ประการใด แม้ว่าท่านครูบามิได้มีสมณศักดิ์หรือสถานภาพที่สูงส่งในสังคมก็ตาม แต่ท่านจอมพลสฤษดิ์ ก็ได้ปวารณาตัวจะช่วยอุปถัมภ์ในการก่อสร้างโรงเรียนในชนบทที่ห่างไกลให้ครบ 100 หลัง ก่อนที่ ฯพณฯ จะถึงแก่อสัญกรรม ไม่นาน

 

 

             ครูบาอภิชัยขาวปี มรณภาพ เมื่อวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 6 เหนือ ตรงกับวันพฤหัสที่ 3 มีนาคม 2520 เวลา 16.00 น สิริรวมอายุได้ 89 ปี ทุกวันนี้ได้เก็บพระสรีระร่างอันไม่เปื่อยไม่เน่าของท่านไว้ ณ โลงศพแก้ว ในหอปราสาทรักษาศพ จัดสร้างให้โดยครูบาวงค์ (ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา) เพื่อเก็บพระสรีระร่างของครูบาอภิชัยขาวปี ที่วัดพระพุทธบาทผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จ.ลำพูน และมีประเพณีเปลี่ยนผ้าห่อสรีระเป็นประจำทุกปีในวันที่ 3 มีนาคม

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.dharma-gateway.com

 


เรียบเรียงโดย : เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ