การจุดฝักแค ธรรมเนียมพระราชทานเพลิง พระมหากษัตริย์จะไม่เสด็จขึ้นบนเมรุ

Publish 2019-03-23 18:59:20


 

               การจุดฝักแคพระราชทานนั้นเป็นธรรมเนียมสำหรับการจุดไฟพระราชทานเพลิงศพข้าราชการทั่วไปหรือผู้ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเสด็จมาพระราชทานเพลิงเป็นกรณีพิเศษ โดยก่อนที่จะทำการจุดฝักแคนั้น พระเจ้าอยู่หัวจะพระราชทานผ้าไตรส่วนพระองค์ให้แก่ทายาทนำไปวางบนหน้าโกศหรือหีบศพ หลังจากนั้นเจ้าพนักงานจะอัญเชิญไฟสำหรับจุดฝักแค ลักษณะของฝักแคนั้นจะเป็นกระดาษชนิดหนึ่งบรรจุด้วยดินปืนและตกแต่งห่อหุ้มให้สวยงามเป็นรูปสัตว์ในวรรรณคดี เมื่อจุดไฟแล้วฝักแคจะวิ่งไปตามลวดที่ขึงทอดยาวไปจนถึงหน้าโกศ/หีบศพ ซึ่งตลอดทั้งงานพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีจะไม่เสด็จขึ้นบนเมรุเลย

 

 



 

             แต่หากงานพระราชทานเพลิงศพงานใดที่มีพระราชวงศ์พระองค์อื่นเสด็จพระดำเนินตามมาด้วยนั้น หลังจากพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไฟจุดฝักแคแล้ว พระราชวงศ์ทุกพระองค์ที่อยู่ในงานไม่ว่าจะเป็น องค์รัชทายาท,พระเจ้าลูกเธอ ,พระเจ้าวรวงศ์เธอ จะต้องเสด็จขึ้นบนเมรุเพื่อพระราชทาน/ประทานดอกไม้จันน์ ศพที่พระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีจะเสด็จพระราชดำเนินขึ้นบนเมรุเพื่อจุดไฟพระราชทานเพลิงศพด้วยพระองค์เองมีดังนี้

1.พระราชวงศ์ตั้งแต่ชั้น พระองค์เจ้าขึ้นไป (พระวรวงศ์เธอ –พระเจ้าวรรงศ์เธอ-พระบรมวงศ์เธอ เป็นต้น )

2.หม่อมเจ้าชาย-หม่อมเจ้าหญิง ที่ได้รับพระราชทานโกศราชวงศ์

3.ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า

4.ผู้ที่ได้รับตำแหน่งจอมพลเมื่อยังมีชีวิต และครอบครองคทาจอมพล เป็นต้น

 

 

           อนึ่ง การจุดฝักแคนั้นยังมีบางศพที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นกรณีพิเศษ เช่น งานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมหลวงทศทิศ อิศรเสนา ที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณมายาวนานตราบจนวาระสุดท้ายแห่งชืวิต ซึ่งภายหลังจากพระราชทานผ้าไตรให้ทายาทเชิญไปทอดที่โกศศพแล้ว พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินตามขึ้นไปบนเมรุเพื่อจุดไฟพระราชทานเพลิงหน้าโกศศพ และยังมีงานพระราชทานเพลิงศพพระครูรูปหนึ่งทางภาคอิสาน ซึ่งในงานเจ้าพนักงานได้จัดเตรียมฝักแคไว้สำหรับให้พระเจ้าอยู่หัวทรงจุดพระราชทาน แต่เมื่อพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาถึงกลับไม่ทรงจุดฝักแค แต่เสด็จพระราชดำเนินตรงขึ้นไปยังเมรุเพื่อพระราชทานดอกไม้จันด้วยพระองค์เองและคุกพระชงฆ์ (เข่า) ลงกราบ

 

 

           



 

          ผู้ที่จะจุดฝักแคได้มีเพียงสองพระองค์เท่านั้น คือ พระเจ้าอยู่หัวและพระราชินี โดยผู้ที่เสด็จแทนพระองค์จะไม่สามารถจุดฝักแคพระราชทานได้ และเนื่องจากปัจจุบันพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีทรงมีพระวรกายไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน ธรรมเนียมการจุดฝักแคพระราชทานจึงเริ่มเลือนหายไป

         การเสด็จพระราชทานเพลิงนั้น พระมหากษัตริย์จะไม่เสด็จขึ้นบนเมรุ จึงได้มีธรรมเนียมการ "จุดฝักแค" ยิงขึ้นไปบนเมรุแทน ซึ่งไฟนี้จะถือกันว่า เป็นไฟศักดิ์สิทธิ์ เป็นไฟจากพระอิศวรวประทานลงมา เรียกว่า "ไฟประลัย"

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : เพจ คลังประวัติศาสตร์ไทย

                           เพจ ร้อยเรื่องราว ไปกับ เจ้าคุณปราบสุราพินาศ

 


เรียบเรียงโดย : เสาวลักษณ์ แสงสุวรรณ